คืบหน้า ปาดคอ 2 แม่ลูก แม่เสียชีวิตแล้ว ตำรวจนำตัวสามีไปตรวจร่างกาย
จากกรณีที่ ร.ต.อ.อำนวย พูลผล ร้อยเวร สส.สภ.พระพุทธบาท ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุ ใช้มีดปาดคอ บริเวณบ้านเลขที่ 86 ม.3 ริมถนนสายตรี (พระพุทธบาท-โคกตูม) ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงรายงานไปยัง พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จ.สระบุรี พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สอบสวน สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฯ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบกองเลือดไหลนองเต็มพื้นประตูทางเข้าบ้าน และบนถนนหน้าบ้าน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อเด็กชายบอย (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ถูกมีดปาดเข้าที่คอ นอนหายใจรวยริน อยู่หน้าประตูบ้าน มีเลือดไหลนองเต็มพื้น ส่วนนางอารียา พรมมา อายุ 40 ปี (แม่) พบนอนหายใจรวยรินอยู่กลางถนนหน้าบ้าน ถูกปาดคอด้วยอาวุธมีดทำครัว ยาวประมาณ 6 นิ้ว (ตกอยู่ข้างถนน) ญาติเร่งนำตัวทั้ง 2 แม่ลูกส่งยังโรงพยาบาลพระพุทธบาท แต่เด็กชายบอยทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วนนางอารียา ทางแพทย์จากโรงพยาบาลพระพุทธบาทส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลพบุรี เนื่องจากอาการสาหัส
จากนั้นเวลา 12.00 น. ร.ต.อ.อำนวย พูลผล ร้อยเวร สส.สภ.พระพุทธบาท ได้เชิญตัวญาติและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้ามาสอบปากคำเพื่อเร่งคลี่คลายคดี และหาปมเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนนางอารียาถูกส่งตัวเข้ารักษายัง รพ.ในจังหวัดลพบุรี อยู่ในความดูแลของแพทย์ ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกกันสอบ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปมการฆ่าปาดคอเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการชันสูตร และผล DNA ที่ตรวจจากรอยนิ้วมือที่มีด ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบประตูบ้านถูกปิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำตัวนายอุดร พรมมา (สามี) พร้อมญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระพุทธบาท

คืบหน้าช่วงเวลา 17.30 น. ทางด้านพนักงานสอบสวน ได้นำตัวนายอุดร พรมมา (สามี) ไปทำการตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เพื่อทำการตรวจหาหลักฐาน และภายในตัวว่ามีบาดแผลอะไรหรือไม่ เพื่อจะได้นำหลักฐานดังกล่าวมาประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป
สอบถาม นางจันทร์ บุญชำนิ อายุ 61 ปี แม่ของนางอารียา พรมมา ผู้บาดเจ็บ กล่าวกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ในช่วงเวลา 19.30 น.ทางเจ้าหน้าที่พยาบาล โรงพยาบาลในจังหวัดลพบุรี ได้ทำการแจ้งกับตนว่า ลูกสาวของตนอาการสาหัส โอกาสที่จะรอดชีวิตนั้นไม่มีเนื่องจากอาการนั้นโคม่ามาก ตนได้ปรึกษากับญาติๆ แล้วคิดว่า ควรปล่อยให้ลูกสาวไปเสียดีกว่า ให้เขาไปอยู่กับลูกชายดีกว่า เขาคงอยากอยู่กับลูกชายเขามากกว่า
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเค้าลางบอกเหตุในการเกิดเหตุการณ์นี้ว่าทางลูกสาวไม่เคยบ่นอะไรให้ฟังเลย คาดว่าอาจจะมีบ้างลิ้นกับฟันกระทบกันกับสามีแต่ก็ไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทั้งสองแต่งงานกันมาร่วม 10 ปี ส่วนนิสัยลูกเขยแต่ก่อนก็เอาเรื่องเหมือนกันแต่ปัจจุบันเขารักและง้อเมียมาก ส่วนหลานชายก็ชอบเล่นบอลเก่ง ลูกสาวตนทำงานบริษัทเป็นแม่บ้าน เป็นคนขยันทำงานเป็นที่รักของเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน จนเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ 2 เดือน ลูกสาวเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และโรคภูมิแพ้ จนก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน ไม่ได้ไปทำงาน อยู่กับบ้าน
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ซักถามถึงการก่อเหตุในครั้งนี้ว่า แม่คิดว่าใครเป็นคนทำ บอกว่าคาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวตนเอง แต่ไม่รู้สาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ ตนเสียใจมากถ้าตายแทนได้ขอตายแทนลูกกับหลานเลย

