ลำปาง ค่าฝุ่นสีแดงติดต่อ 8 วัน ไฟลุกง่าย-ลามเร็ว ร้อนอบอ้าวหนัก
วันที่ 6 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง ในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายเริ่มร้อนขึ้น หลังเข้าสู่ฤดูร้อน ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สิ้นสุดฤดูหนาว และเข้าสู่ฤดูร้อน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่ง จ.ลำปาง ขณะนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 34-35 องศาเซลเซียส โดยพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนใต้ของจังหวัด มักมีสภาพอากาศที่ร้อนสูงสุดในประเทศไทย มาเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ดังนั้นในปีนี้ ชาวลำปางคาดว่าจะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว และร้อนจัดมากกว่าปีก่อนอย่างแน่นอน
ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อเจออากาศที่ร้อน จึงไหม้ลุกลามได้ง่าย ถูกคนจุดติดง่าย และไหม้เร็ว ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นหนักขึ้น ในขณะที่สภาพพื้นที่ ยังคงประสบกับปัญหาฝุ่นหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ปกคลุมพื้นที่ต่อเนื่องมานาน 15 วันติด หรือกว่า 2 สัปดาห์แล้ว คุณภาพอากาศ มีทั้งระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ไปจนถึงระดับสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าฝุ่นวันนี้ อยู่ระหว่าง 80-114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งพื้นที่คุณภาพอากาศสีแดง ตามรายงานของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง

โดยเป็นเขตตัวเมืองลำปาง เกินค่ามาตรฐาน ระดับสีแดงมาถึง 8 วันติด หรือนานกว่าสัปดาห์ ชาวลำปางหวังที่จะให้พื้นที่เกิดฟ้าฝนและลมแรง เพื่อจะได้ชะล้างฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM 2.5 อันเกิดจากการเผาไหม้ได้หมดไป เนื่องจาก จ.ลำปาง ประสบปัญหาฝุ่นหมอกควันปกคลุมพื้นที่มานาน สภาพพื้นที่ยังเต็มไปด้วยฝุ่นสีขาวหม่นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทั้งในเขตตัวเมืองลำปาง และตามอำเภอรอบนอก
จากค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐานต่อเนื่องมานาน ซึ่งถือว่าทั้งซ้ำเติมและกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และสุขภาพร่างกายของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีร่างกายอ่อนแอ ตลอดจนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคภูมิแพ้ จากฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปางอยู่นาน ซึ่งในปีนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่หนักสุดในรอบ 6 ปี ที่ฝุ่นปกคลุมพื้นที่หนาแน่นยาวนานแบบนี้
โดยที่ผ่านมา พื้นที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปาง ค่าฝุ่นที่เกินค่ามาตรฐาน ขึ้นไปอยู่ระดับสีแดง ต่อเนื่องมา 8 วันติดแล้ว ดังนั้น จึงมองเห็นฝุ่นหมอกสีขาวหม่นปกคลุมไปทั่วบริเวณทั้งตามถนน ชุมชน และหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ด้านล่าง แต่หากมองมุมสูงจากเครื่องบิน บนตึกสูง หรือโดรน จะมองเห็นว่า ฝุ่นได้ปกคลุมพื้นที่ตัวเมืองลำปางไปทั่วบริเวณ ในปริมาณที่หนาแน่น

