หน้าแรก ภูมิภาค สลด หญิงชราขั...

สลด หญิงชราขับ ‘เก๋ง’ ตามหลังรถบรรทุก ‘หินร่วง’ ตามทาง เสียหลักชนต้นไม้ดับ

7.03.23 | 16:16 น.

โคราช สลดหญิงวัย 70 ขับรถตามหลังรถบรรทุกหินก่อนเสียหลักชนต้นไม้ดับ

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 7 มีนาคม พ.ต.ท.ร่วม กลีบกลางดอน พนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักลงข้างทาง บริเวณถนน 224 โชคชัย-ราชสีมา ขาเข้าจังหวัดนครราชสีมา ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา จุดบริการอำเภอโชคชัยร่วมลงพื้นที่เกิดเหตุ

โดยในพื้นที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดติดอยู่กับต้นไม้ข้างถนน สภาพพังเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะฝั่งทางด้านคนขับโดยภายในซากรถเก๋งคันดังกล่าว พบผู้เสียชีวิต 1 ราย

ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวสวรรยา อายุ 70 ปี ชาวนครราชสีมา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาก่อนนำส่ง รพ.โชคชัยเพื่อชันสูตรต่อไป

นอกจากนี้ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเกือบ 100 เมตร พบรถพ่วงบรรทุกหินยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียนนครราชสีมา จอดอยู่พร้อมกับบนพื้นถนนนั้นมีร่องรอยของหินที่หล่นร่วงออกมาจากรถพ่วงอยู่เต็มถนน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สันนิษฐานว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากหินที่ร่วงลงมาจากรถพ่วง จนทำให้รถเก๋งคันดังกล่าวที่ขับตามมาเสียหลักก่อนจะพุ่งชนกับต้นไม้จนเสียชีวิต

Advertisement

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.ร่วม กลีบกลางดอน พนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย ทราบว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทำให้สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอุบัติดังกล่าวอาจเกิดมาจากหินที่หล่นจากรถบรรทุกลงมายังถนน ทำให้รถเก๋งคันดังกล่าวที่ขับตามมาเกิดเสียหลัก จนทำให้ไปกระแทกกับต้นไม้ และคนขับเสียชีวิต

แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการยึดรถพ่วงคันดังกล่าวเพื่อเอาไว้ตรวจสอบพร้อมกับเตรียมสืบหาพยานหลักฐานและสอบปากคำคนขับรถบรรทุกหินคันดังกล่าว หากพบว่ามีความผิดจริงทางเจ้าหน้าที่จะตั้งข้อหาพร้อมกับดำเนินคดีกับคนขับรถบรรทุกหินต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า น.ส สวรรยา ผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เกษียณอายุได้ขับรถเก๋งมาเพียงลำพังมุ่งหน้าไปทำธุระในตัวเมืองนครราชสีมา ระหว่างทางมีรถบรรทุกหินของบริษัทรับเหมาก่อสร้างเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมได้ทำก้อนหินตกหล่นเรี่ยราดบนพื้นผิวถนนจำนวนมาก ซึ่งมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทราบเหตุและรีบสกัดจับรถคันดังกล่าว เพื่อมิให้ทำหินร่วงมากกว่านี้

โดยเป็นรถพ่วงซึ่งกำลังบรรทุกหินไปส่งหน้างานก่อสร้าง จึงทำบันทึกการจับกุม เพื่อเปรียบเทียบค่าปรับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พร้อมวิทยุสื่อสารขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเก็บหินออก หากเสร็จภารกิจจะไปปิดทางชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน

คาดผู้เสียชีวิตเห็นเศษหินตกหล่น จึงห้ามล้อในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเสียชีวิตน่าอนาถ อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานที่ปรากฏเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป