ฝนหลงฤดูเป็นเหตุ แก๊งโจ๋ 2 กลุ่มเปิดฉากตะลุมบอน คนบาดเจ็บ รถพังยับ หลังหลบฝนไปอยู่ในศาลาใกล้กัน แม้แต่ตำรวจยังถูกลูกหลง
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ร.ต.อ.ทองดาว โคตรหลักคำ ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกัน ที่บริเวณ ศาลาริมถนนเลียบชายหาดพีเอ็มวาย ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์เสียหาย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมด้วยกู้ภัยสว่างพรกุศลเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งฝนกำลังตกลงมา พบกลุ่มวัยรุ่นทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ประมาณ 6 คน อยู่ในอาการเมาสุรา ยังอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดพูดจาเอะอะโวยวาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกและถูกทำร้าย นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต โซนิค สีดำ ถูกทุบกระจกหน้าและกระจกข้างแตกจอดอยู่ ใกล้กันพบรถ จยย.ล้มอยู่ จึงเข้าไประงับเหตุ พบว่าอีกกลุ่มซึ่งเป็นคู่อริ ได้วิ่งหนีเข้าไปในป่าข้างถนน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังยืนถ่ายคลิปเหตุการณ์อยู่ ปรากฏว่าหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ได้ยืนตะโกนด่า แล้วก็แย่งมือถือไปขว้างลงพื้นจนหน้าจอแตก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวทั้งหมดไว้ ก่อนจะติดตามตัวอีกกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มรถเก๋งที่หนีไปหลบซ่อนตัวในป่าข้างถนนออกมา และพาตัวไปทำการสอบสวน ที่ สภ.เมืองระยอง ปรากฏว่าไปถึงที่ สภ.เมืองระยอง วัยรุ่นผู้ชายและผู้หญิง ยังไม่หยุด ตะโกนด่าตำรวจว่าไปบีบคอทำไม จนกระทั่งตำรวจได้เข้าไปห้ามปรามจนทั้งคู่ยอมหยุด
จากการสอบสวนกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ มานั่งดื่มสุรากันริมชายหาด แต่ปรากฏว่าฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก จึงพากันไปหลบฝนในศาลาริมหาด เป็นจังหวะเดียวกันกับอึกฝ่าย ที่ได้ขับรถยนต์เก๋งมาจอดหลบฝนในศาลาที่อยู่ห่างกันประมาณ 10 เมตร แต่ระหว่างนั้นก็มีการเขม่นกันไปมา เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ในอาการเมาสุรา
จนกระทั่งทางฝ่ายรถยนต์เก๋งได้ขับรถยนต์วนไปมาสองรอบ จึงเข้าไปถาม ว่ามองหน้าทำไม และมีการโต้เถียงกัน จึงมีการชกต่อยและใชัอาวุธทั้งไม้ ก้อนอิฐ และอาวุธมีด ตะลุมบอนกัน ก่อนจะบานปลายทุบรถจนพัง จนฝ่ายรถเก๋งต้องหนีตายเข้าไปในป่าริมถนน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ตัวแทนทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกัน ปรากฏว่า ฝ่ายรถเก๋งต้องการให้รับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์ที่ถูกตีจนเสียหาย อีกฝ่ายก็ให้ชดใช้ที่ถูกตีจนศีรษะแตกและบาดเจ็บ จนกระทั่งสุดท้ายหลังผ่านไป 2 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้โดยต่างฝ่ายต่างรับผิดชอบเอง โดยไม่เอาเรื่องกัน ส่วนตำรวจที่โทรศัพท์เสียหาย ก็ไม่ต้องการเอาเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ว่ากล่าวตักเตือน และปล่อยตัวไป โดยไม่ได้แจ้งข้อหา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปด้วยดี


