PM2.5 บึงกาฬพุ่งปรี๊ด สูงสุดในภาคอีสาน แถมจุดความร้อนอยู่ 9 จุด ชาวบ้านบ่นอุบ
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม สถานการณ์หมอกควันที่จังหวัดบึงกาฬ ทุกอำเภอยังต้องเจอกับสภาพอากาศย่ำแย่ ต่อเนื่องนานเกือบจะ 1 เดือนแล้ว โดยเช้านี้ยังมีหมอกควันไฟป่า ปกคลุมทุกพื้นที่ ประชาชนใช้รถใช้ถนนที่สัญจรไป-มา ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ส่วนรถยนต์ต้องเปิดไฟหน้าในการขับขี่ โดยภาพมุมสูงในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ ยังคงเห็นหมอกควันไฟป่า ปกคลุมทั้งฝั่งประเทศไทย และฝั่ง สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน หนาแน่นขึ้นกว่าเมื่อวานนี้

ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 ที่วัดโดยกรมควบคุมมลพิษ ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ เช้านี้วัดค่าได้ 223 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) ค่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ที่ 333 สูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่วัดค่าได้เพียง 275 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์สีแดง จุดความร้อน (Hotspot) ยังมีอยู่ 9 จุด
สำหรับสถานการณ์ PM2.5 เขตสุขภาพที่ 8 (7 จังหวัดภาคอีสานตอนบน นครพนม บึงกาฬ สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และ เลย) มีอยู่ 4 จังหวัดคือ เลย 91 หนองคาย 139 นครพนม 99 และ บึงกาฬ 223 ซึ่งถือว่าสูงสุดในภาคอีสาน และอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน คือสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ส่วนหนองบัวลำภู อุดรธานี อยู่ในเกณฑ์สีส้ม และสกลนคร อยู่ในเกณฑ์สีปานกลาง (ระดับค่า PM ต่ำสุดอยู่ที่ 44) ขณะที่ชาวบ้านบอกว่า ต้องงดออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น หรือถ้าออกจากบ้านก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และขอร้องให้งดเผาทุกกรณี

