เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาก๊าซแอมโมเนียรั่ว คนงานสูดก๊าซ 10 คนปลอดภัย
เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาก๊าซแอมโมเนียในโรงงานแปรรูปปลาแซลมอนแช่แข็ง ล่าสุดคุมได้แล้วแต่ต้องอพยพคนงานออกจากโรงงานไปอยู่ที่วัดชั่วคราว 84 คนจนกว่าทุกอย่างจะปลอดภัยที่สุด โดยมีคนงานบาดเจ็บจากการสูดดมก๊าซแอมโมเนียเข้าไป 10 คนและทุกคนปลอดภัยแล้ว คาดทุกอย่างจะเคลียร์ในวันนี้
คืบหน้าการแก้ไขปัญหาก๊าซแอมโมเนียรั่ว ภายในโรงงานแปรรูปปลาแซลมอนแช่แข็ง ของบริษัท นิสซุยประเทศไทย จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วง 22.00 น.เมื่อคืนนี้ ทำให้ต้องอพยพคนงานที่พักอยู่ในโรงงานทั้งหญิงและชายนับร้อยคนออกมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวเมียนมาและบางส่วนมีอาการอาเจียน เวียนศีรษะ และมีบางรายอาการรุนแรงถึงขั้นหมดสติต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล
![]()
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้แม้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ก๊าซแอมโมเนียที่รั่วจากท่อในห้องเย็นได้แล้ว เจ้าหน้าที่เข้าไปปิดวาล์วแอมโมเนียที่หล่อท่อในโรงงานตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่ยังมีสารตกค้างอยู่ในระบบของท่อซึ่งอยู่บนฝ้าเพดานของห้องเย็น ต้องใช้สเปรย์น้ำพ่นลงมาเพื่อลดความเข้มข้นของแอมโมเนียลงและยังมีกลิ่นแอมโมเนียกระจายอยู่ทั้งในโรงงานและรอบๆ โรงงาน และโรงงานต้องหยุด 1 วัน
ในวันนี้ในส่วนของคนงานที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่พักอยู่ในโรงงานจำนวน 84 คน จำเป็นต้องอพยพไปอยู่ที่วัดแม่เตยชั่วคราวซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีทีมแพทย์ของโรงพยาบาลหาดใหญ่เข้าไปสังเกตอาการที่อาจจะได้รับผลข้างเคียงจากการสูดดมก๊าซแอมโมเนียเข้าไป
ด้านเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปภ.สงขลา อุตสาหกรรม จ.สงขลา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 สงขลา อุตสาหกรรม จ.สงขลา กรมโรงงานอุตสาหกรรม ฝ่ายปกครอง อ.หาดใหญ่ อบต.ท่าข้ามและตำรวจ สภ.คอหงส์
ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศูนย์แพทย์ชุมชนสามตำบลของ อ.หาดใหญ่ และประชุมวางแผนการแก้ปัญหา ทั้งการเข้าตรวจสอบตรวจวัดค่าสารแอมโมเนียภายในโรงงานสภาพอากาศโดยรอบ และเก็บตัวอย่างสารตกค้างในน้ำ และได้รับการยืนยันจากวิศวกรประจำโรงงานแจ้งว่าได้ปิดระบบควบคุมการรั่วของแอมโมเนียแล้ว
ในส่วนของภายในโรงงานในวันนี้ได้มีการจัดรถน้ำของ ปภ.12 จำนวน 2 คัน เข้าฉีดสเปรย์น้ำตลอดเวลาเพื่อลดความเข้มข้นของแอมโมเนีย จัดโรบอตหรือหุ่นยนต์เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จัดเจ้าหน้าที่ 3 นาย ใส่ชุดนิรภัยเข้าตรวจสอบห้องเกิดเหตุ และในวันพรุ่งนี้ทุกฝ่ายจะเข้าตรวจสอบและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
คนงานที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นมี 9 ราย ซึ่งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนแต่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว โดยนำส่งโรงพยาบาล ม.อ.4 ราย และโรงพยาบาลหาดใหญ่ 5 ราย
![]()
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภาพรวมของการควบคุมเหตุการณ์น้ำ นายจิระพจน์ ชุมภูประสิทธิ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้ใช้รถน้ำของ ปภ.12 มาฉีดน้ำเพื่อลดความเข้มข้นของสารแอมโมเนียให้เจือจางลง และส่งเจ้าหน้าที่สวมชุด SCPA เข้าไปตรวจวัดความเข้มข้นสารเคมี
“เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านได้ส่งเจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรม จ.สงขลาและสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 จ.สงขลา เข้าไปตรวจวัดคุณภาพอากาศและตรวจน้ำว่ามีอันตรายต่อสัตว์หรือไม่
“ความยากและความอันตรายของสารแอมโมเนียนั้น ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นเพราะจะสามารถทำลายระบบทางเดินหายใจและระคายเคืองผิวหนัง และขึ้นอยู่กับกระแสลมซึ่งภายบริเวณโรงงานกระแสลมนิ่ง หลังจากที่ฉีดสเปรย์น้ำแล้วก็จะตรวจวัดความเจือจางอีกครั้งจนกว่าจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
![]()
ด้าน นายรัตน์นริศ สุวรรณรัตน์ สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ไปตรวจสอบทั้งที่โรงงานและจุดอพยพ มีผู้ป่วยจำนวน 10 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ 7 คน และโรงพยาบาล ม.อ.3 คน ซึ่งทุกคนปลอดภัยแล้วและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับโรงงาน ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ชาวบ้านเว้นระยะห่างจากโรงงานออกไปก่อนหรืออยู่แต่ภายในบ้านและสวมหน้ากากอนามัย
ด้าน นายสินธพ อินทรัตน์ นายก อบต.ท่าข้าม เจ้าของพื้นที่เปิดเผยว่า สำหรับการแก้ปัญหาแอมโมเนียที่ตกค้างในโรงงานได้ประสานรถน้ำของ ปภ.เขต 12 และ อบต.ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อมาฉีดน้ำทำเป็นม่านน้ำเพื่อลดความเข้มข้นของสารแอมโมเนียลงและให้ไหลระบายลงบ่อบำบัดน้ำเสีย และหากเป็นไปได้ก็ขอให้ชาวบ้านที่อยู่ในรัศมีรอบโรงงาน 200 เมตร ออกไปก่อนและคาดว่าภายในวันนี้จะสามารถแก้ปัญหาให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ ในส่วนของผู้ใช้แรงงานที่ต้องอพยพไปอยู่ที่วัดแม่เตยนั้นก็มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ไปช่วยดูแลและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

