หน้าแรก ภูมิภาค เชียงแสนมีแต่...

เชียงแสนมีแต่ฝุ่น นทท.เงียบ แม่สรวยจับมือเผาป่าได้ 1 คน เพิ่งเสพยา ผู้ว่าฯบี้หาเจตนาแฝง

31.03.23 | 18:17 น.

หมอกควันกระทบท่องเที่ยวเชียงแสน ผู้ว่าฯจี้สอบเชิงลึกกลุ่มเผาป่า

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ รอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ ไทย เมียนมา และลาว ด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยังถูกปกคลุมด้วยหมอกควันไฟอย่างหนาแน่น จนแทบจะมองไม่เห็นเกาะกลางแแม่น้ำโขงของประเทศเมียนมา และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาสร้างในเขตพื้นที่ประเทศลาว

ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นค่อนข้างต่ำ การขับเรือเดินสินค้า หรือเรือขนาดเล็ก เพื่อการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความลำบาก ด้านเจ้าท่าส่วนภูมิภาค จ.เชียงราย ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ขับเรือด้วยความระมัดระวัง ไม่ขับเร็วจนเกินไป อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

นอกจากนี้ ฝุ่นควันหนาแน่นยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว จ.เชียงราย โดยเฉพาะบริเวณองค์พระนวล้านตื้อ บ้านสบรวก ต.เวียงเชียงแสน อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นแหล่งท่อเที่ยวที่สำคัญของพื้นที่ พบว่านักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนน้อยมาก ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มีโปรแกรมมาท่องเที่ยวในพื้นที่อยู่แล้ว และมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเพียงบางส่วน

Advertisement

ส่งผลทำให้ร้านค้าจำหน่ายและของที่ระลึกที่เรียงรายรอบสถานที่ท่องเที่ยวพลอยซบเซาไปด้วย แทบไม่มีลูกค้าเดินทางเข้าไปเลือกซื้อ รวมถึงสถานบริกาเรือนำเที่ยวที่มีอยู่ประมาณ 5-6 แห่ง มีนักท่องเที่ยวไปใช้บริการน้อยลง

นายอ่อง อายุ 38 ปี ผู้ปะกอบการเรือท่องเที่ยวท่าเรือสามพี่น้อง กล่าวว่า หมอกควันที่เชียแสนเกิดขึ้นประจำทุกปี เพราะควันไฟจากปะะเทศเพื่อนบ้านลอยข้ามพนมแดนเข้ามา แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะชินแต่ก็ยังู้สึกแสบตา จมูก และคอ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่รอว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

นายอ่องกล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว หมอกควันยังส่ผลต่อธุรกิจด้วย ปกติช่วงนี้เป็นโลว์ซีซั่น มีลูกค้าวันละราว 5-6 เที่ยว แต่ทุกวันนี้เหลือเพียง 1-2 เที่ยว บางวันก็ไม่มีเลย ทำให้เรือท่อเที่ยว 10 กว่าลำไม่มีรายได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ผ่านมายังเกิดไฟไหม้ป่าหลายพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้าระดมกันออกดับไฟ พร้อมเฝ้าระวังจุดต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดชาวบ้านดอยล้าน หมู่ 4 ต.วาวี อ.แม่สรวย ได้สังเกตเห็น ไฟไหม้ลามป่าละเมาะเป็นวงกว้างบนดอยล้าน ควันไฟฟุ้งจนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้จากหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 7 (โป่งปูเฟือง) และตำรวจ สภ.แม่สรวย ร่วมกันไปตรวจสอบ

พบชาย 1 คน ชื่อ นายสมชัย อายุ 29 ปีชาว ต.วาวี มีอาการมึนเมาสิ่งเสพติดและกำลังนำอุปกรณ์ไปเผาป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่บ้านดอยล้าน ชาวบ้านจึงเกลี้ยกล่อมและควบคุมตัว พาไปมามอบกับเจ้าหน้าที่ พร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน

นายสมชัยยอมรับว่า เพิ่งเสพยาบ้าและเฮโรอีนมา โดยซื้อยาบ้าจากชาวเขาไม่ทราบชื่อในพื้นที่ ราคาเม็ดละ 10 บาท เมื่อเสพแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ประกอบกับเครียดเรื่องในครอบครัว จึงก่อเหตุเผาป่า

หลังจากนั้นนายสมชัยเริ่มให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลแม่สรวย พบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนและมอร์ฟีนในปัสสาวะ จึงตั้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” ส่วนกรณีเผาป่าได้ตั้งข้อหา “กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 54 ฐานเผาป่าโดยไมได้รับอนุญาต”

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียราย กล่าวว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าถือว่าดีขึ้นมาก จากที่มีจุดฮอตสปอตกว่า 100 จุด ปัจจุบันเหลือเพียง 20-30 จุด ซึ่งได้ระดมเจ้าหน้าที่และเฮลิคอปเตอร์ทำการดับไฟแล้ว คาดว่าจะสามารรถดับได้ทั้งหมดในเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังพบการลักลอบเผาอย่างต่อเนื่อง จึงสั่งการให้ทั้ง 18 อำเภอเร่งทำงานเชิงรุกทั้งการดับไฟ ป้องกันการเกิดไฟ และเสาะหาผู้ลักลอบเผา

ผู้ว่าฯเชียงรายกล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้ประสานตำรวจให้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่ามีการเผาทำไม ไม่ไช่เพียงการเผาแล้วอ้างว่าหาของป่า หรือล่าสัตว์ เพราะหลายรายที่จับกุมได้มีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีการเสพและตรวจค้นตัวพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งต้องหาให้ได้ว่ากลุ่มคนเผาเหล่ามีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพื่อจะได้แก้ไขที่ต้นเหตุได้ตรงจุด ไม่ให้มีการเผาอีก