จับตาเลือกตั้งนครพนมส่อเดือด หลังมือมืดขึ้นป้ายไม่เอา ส.ส.โกงที่ดิน
นครพนมส่อเดือดศึกเลือกตั้ง ส.ส. ดราม่าป่าดงพะทายพ่นพิษ พบมือมืดขึ้นป้าย ชาว ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน ประกาศจุดยืนไม่เอาคนโกงที่ดินทำกินของเราไปเป็น ส.ส. เชื่อชาวบ้านไม่พอใจนายทุน นักการเมืองเอี่ยวครอบครองที่ดินทำกินป่าดงพะทาย จับตาศึกเลือกตั้ง พรรคฝ่ายประชาธิปไตยวัดบารมีพรรคร่วมรัฐบาล สหายแสงระดมขุนศึก ทั้งภรรยาและอดีต ส.ส.สู้ศึก ประกาศล้มแลนด์สไลด์ ฝ่ากระแสดราม่า ปราศรัยไอ้โง่ พ่วงปมป่าดงพะทาย
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนวันรับสมัคร ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งทั้ง 4 เขต นับวันยิ่งดุเดือดมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้ พื้นที่นครพนมทั้ง 4 เขตมีความชัดเจนว่าภาพรวมจะเป็นการแข่งขัน ระหว่างพรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายร่วมรัฐบาล กับฝ่ายประชาธิปไตย คือพรรคเพื่อไทยที่มีคะแนนนิยมมายาวนาน แต่การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเสียเก้าอี้ไป 1 ที่นั่ง ทำให้สหายแสง นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง ชิงเก้าอี้ไป 1 ที่นั่ง
ส่วนอีก 3 ที่นั่งเป็นของพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สหายแสง นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กุนซือคนสำคัญ ต้องระดมขุนพลทั้ง 4 เขตเพื่อวางตัวผู้สมัคร หวังล้มแลนด์สไลด์ ถึงขนาดสหายแสงยอมย้ายฐานที่มั่นเขตเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งที่ 1 มาลงสมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 ชนกับแชมป์เก่า ดร.มนพร เจริญศรี หรือ ส.ส.เดือน ส.ส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า 4 สมัย ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 1 ส่งภรรยาลงแทนคือ นางพูนสุข โพธิ์สุ อดีตรองนายก อบจ.นครพนม ชนกับ ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 สหายแสงผนึกกำลังส่ง นพ.อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน และเคยสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 3 นครพนม เคยพ่ายการเลือกตั้ง ครั้งนี้ซบพรรคภูมิใจไทย ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 นครพนม พรรคภูมิใจไทย ชนกับ ดร.ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.เขต 3 นครพนม พรรคเพื่อไทย แชมป์ 13 สมัย และเขตเลือกตั้งที่ 4 ส่ง นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย เคยลาออก หันไปสมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ พ่ายการเลือกตั้ง มาครั้งนี้หันมาซบพรรคภูมิใจไทย เตรียมลงสมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม ชนกับ นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัครรองนายก อบจ.นครพนม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย
โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยอมรับว่า นอกจากพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ยากที่พรรคอื่นจะชิงพื้นที่เข้ามานั่งเก้าอี้ ส.ส. เพราะทั้ง 2 พรรคใหญ่มีฐานคะแนนนิยมมายาวนานหลายสิบปี โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยมีสหายแสงเป็นกุนซือ รวมถึงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีบารมีด้านนโยบายที่ดูแลประชาชนมาตลอด 4 ปี อีกทั้งยังมีฐานคะแนนนิยม การเมืองท้องถิ่นสูง เพราะมีลูกสาวคือ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ หรือนายกขวัญ เป็นนายก อบจ.นครพนม คุมฐานเสียงแกนนำท้องถิ่นทั้ง 12 อำเภอ ทำให้โอกาสที่จะล้มแลนด์สไลด์สูง หากประชาชนในพื้นที่ยังเชื่อมั่นฝ่ายเผด็จการ นอกจากนี้ ทางฝ่ายรัฐบาลยังมีคะแนน ส.ว.อีก 250 อยู่ในมือ ทำให้พรรคเพื่อไทยจะต้องสานฝันแลนด์สไลด์ให้สำเร็จ จึงจะสามารถตั้งรัฐบาลได้
ล่าสุดต้องยอมรับว่าการแข่งขันทางการเมืองส่อเข้มข้นดุเดือดมากขึ้น แม้กระทั่งการขึ้นป้ายหาเสียงยังมีการช่วงชิงโชว์นโยบายเพื่อเรียกคะแนนนิยมกับชาวบ้านในพื้นที่ 12 อำเภอ 4 เขตเลือกตั้งให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีมือมืดออกมาเคลื่อนไหวขึ้นป้ายประกาศจุดยืน ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม หลายจุด พร้อมระบุว่าเราชาว ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน ไม่เอาคนโกงที่ดินทำกินของเราไปเป็น ส.ส. แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร คาดว่าเป็นการเคลื่อนไหวของแกนนำชาวบ้านที่ต้องการแสดงออกถึงความเห็นต่างในการเลือกตั้ง รวมถึงปมปัญหาการครอบครองป่าดงพะทายของนักการเมืองบางกลุ่มและนายทุน ซึ่งเคยมีปัญหาทางกรมที่ดินร่วมกับ จ.นครพนม ออกมาตรวจสอบที่มาในการครอบครอง เนื่องจากเคยเป็นที่จัดสรรให้คนยากจน แต่ปัจจุบันมีนายทุนเข้าไปครอบครองหลายพันไร่ อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบเพิกถอนการครอบครอง เข้าสู่กระบวนการจัดสรรใหม่ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองตามมา
ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องจับตามองว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กุนซือคนสำคัญ จะล้มแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการเลือกตั้งที่ชี้อนาคตการเมือง ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย หากภูมิใจไทยไม่สามารถล้มแลนด์สไลด์ได้ โอกาสที่จะกลับมาช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่ 4 เขตคงยาก ที่สำคัญสหายแสงจะต้องฝ่ากระแสดราม่า กรณีขึ้นเวทีปราศรัย ด่าคนไม่เลือกภูมิใจไทยว่าไอ้โง่ รวมถึงกระแสถูกกล่าวหาปมครอบครองที่ดินป่าดงพะทาย ถึงแม้จะมีการออกมายืนยันได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังต้องฝ่ากระแสดราม่าให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

