หน้าแรก ภูมิภาค สภาลมหายใจ เช...

สภาลมหายใจ เชียงใหม่เสียงแตก ฟ้อง-ไม่ฟ้อง นายกไร้หนทางแก้ ‘ฝุ่นพิษ’

8.04.23 | 14:21 น.

สภาลมหายใจเชียงใหม่เสียงแตก ฟ้อง-ไม่ฟ้องนายกไร้หนทางแก้ ‘ฝุ่นพิษ’ หลังที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองเคยตัดสินยกฟ้องไปแล้ว

วันที่ 8 เมษายน 2566 หลังจากที่นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งขยาเวลาจัดระบบการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home เพิ่มอีก 2 วัน คือวันที่ 8-9 เมษายนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน หลังสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) มีค่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องนั้น

ล่าสุดศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 89 จุด พื้นที่ อ.ไชยปราการ 24 จุด, พร้าว 22 จุด, เชียงดาว 14 จุด, แม่อาย 10 จุด, แม่แตง 7 จุด, ฝาง 5 จุด, สะเมิง 3 จุด, แม่ริม 2 จุด และ แม่แจ่ม 2 จุด ถือว่าลดลงจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามาก แต่ยังคงไร้ฝนตามที่มีการพยากรณ์อากาศไว้แต่อย่างใด ทำให้สถานการณ์ฝุ่นพิษยังคงคลุมเมืองเชียงใหม่ต่อเนื่อง

โดยข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง ภาพรวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้อันดับ 1 สะวิงกลับไปที่ ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว อีกครั้ง เนื่องจากจุดความร้อนสูง ทำให้มีจำนวนฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน สูงมากถึง 883 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) คุณภาพอากาศอันตราย เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ มีจำนวนฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน สูงถึง 481 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ควรงดกิจกรรมนอกอาคาร ปิดประตูหน้าต่างบ้านให้มิดชิด เลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้ง และประชาชนทุกกลุ่มควรสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็กตามมาตรฐาน เช่น หน้ากาก N95 N94 R95 P2 KN95

Advertisement

ทางด้านศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์ฝุ่นควันจาก Air4thai ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อสุขภาพทุกจังหวัด คุณภาพอากาศระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ ลำปาง แพร่
มีผลกระทบต่อสุขภาพ (>150+) ได้แก่ เชียงราย( 301.7) น่าน (216.0) แม่ฮ่องสอน (213.7) พะเยา (202.0) เชียงใหม่ (188.2) และลำพูน (154.0)

ในขณะที่นายชัชชวาล ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ นายวิทยา ครองทรัพย์ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจภาคเหนือ ออกหนังสือเชิญชวนชาวเชียงใหม่เข้าร่วมสนับสนุนการฟ้องศาลปกครองเชียงใหม่ โดยขอให้ลงชื่อเพื่อสนับสนุนองค์กรร่วม ประกอบด้วย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กรีนพีช มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (En Law) สภาลมหายใจเชียงใหม่ และสภาลมหายใจภาคเหนือ ในการยื่นคำร้องฟ้องรัฐบาลละเลยปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

มีเป้าหมายให้มีการยกกฎหมายนี้มาทบทวนต่อสาธารณะว่าความบกพร่องอยู่ที่กฎหมายหรือเป็นความบกพร่องของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ และกรณีที่ไม่ดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตตามวาระแห่งชาติที่ระบุไว้ พร้อมออกมาร่วมถือป้ายรณรงค์ในการแก้ปัญหานี้ในเวลา 10.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2566 หน้าศาลปกครองเชียงใหม (ในศูนย์ราชการ ชม.)

อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มประชาชนที่เป็นสมาชิกสภาลมหายใจเชียงใหม่อีกส่วน นำโดยนายสุดชาย กรรณกุลสุนทร ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ไม่เห็นด้วย และขอให้การเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองในช่วงนี้ เนื่องจากไม่อยากให้สภาลมหายใจเชียงใหม่ตกเป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาลของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เพราะสภาลมหายใจเชียงใหม่ขับเคลื่อนเรื่องฝุ่นควันเป็นพิษ ซึ่งจำเลยที่แท้จริงคือใคร ยังมีการถกกันกว้างมาก แต่ทำไมตอนนี้จึงมุ่งเน้นมาประเด็นนี้ ซึ่งมีผลทางการเมืองสูงมาก มีพรรคการเมืองสองฝั่งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากการกระทำของสภาลมหายใจเชียงใหม่

“การขอเชิญชวนทุกคนมารณรงค์ในการแก้ปัญหาฝุ่นควัน ด้วยการยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี ว่าบกพร่องต่อหน้าที่นั้น ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง และเกาไม่ถูกที่คัน สมมุติว่าฟ้องแล้วนายกรัฐมนตรีผิดจริง ถูกศาลตัดสินลงโทษ โทษนั้นจะลงที่ตัวนายกรัฐมนตรี แล้วประชาชนอย่างเราได้ประโยชน์อะไร มีแต่พรรคการเมืองอีกฝั่งได้ประโยชน์เต็มๆ ถึงแม้จะฟ้องแล้วไม่มีผลก็ตาม แต่ก็ได้ทำลายเครดิตทางการเมืองกันไปแล้ว และรับรองว่าการฟ้องครั้งนี้จะมีพรรคการเมืองนำไปขยายผลทางการเมืองอย่างแน่นอน

อีกประเด็น คือ ฟ้องแล้วไม่ได้ผลมีสูง เพราะไม่เช่นนั้นข้าราชการทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงทบวงกรมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะถูกไล่เบี้ยเอาผิดตามกันไปหมด และก็ไม่ได้ทำให้ฝุ่นควันพิษหายไป การแก้ปัญหาด้วยการชี้นิ้วกล่าวหาสะเปะสะปะ มีแต่จะทำให้สภาลมหายใจเชียงใหม่ขาดแนวร่วมและเสียภาพพจน์” นายสุดชาย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลปกครองเชียงใหม่ตัดสินพิจารณายกฟ้อง กรณีนายภูมิ วชร เจริญผลิตผล ในนามประชาชนชาวเชียงใหม่ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 โดยนายภูมิไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด