ไฟไหม้ โรงงานเก็บยางรถยนต์เก่า ฉะเชิงเทรา หลาย ชม.ยังคุมเพลิงไม่ได้
เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 15 มีนาคม นายนะเกีนรติ นพเกตุ นายก อบต.หัวสำโรง ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บยางเก่าบริเวณบริษัท จีทีเอนเนอยี่ จำกัด ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จึงรีบนำกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าพื้นที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเพลิงได้ลุกไหม้ยางรถบรรทุกซึ่งเป็นกอง วางอยู่ข้างๆ บริษัทจีทีเอนเนอยี่ (ที่เกิดเหตุ) อยู่ห่างจากบริษัทประมาณ 20 เมตร โดยเพลิงได้ไหม้กองยางรถบรรทุกบางส่วนและลามไปเรื่อย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือไปยังอำเภอข้างเคียงจัดส่งรถดับเพลิงสนับสนุน เบื้องต้นใช้รถดับเพลิงประมาณ 30 คัน ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ มูลค่าความเสียหาย ยางรถบรรทุกเก่าถูกเพลิงไหม้เสียหาย (อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าความเสียหาย) ส่วนทรัพย์สินอยู่ระหว่างประเมินค่าความเสียหายเช่นกัน ยังไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

เวลา 00.36 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา บางปะกง แปลงยาว และบ้านโพธิ์ ระบุว่า เพลิงยังคงไม่สงบเนื่องจากลมได้โหมให้ไฟที่ดับแล้วลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ขณะที่ พชรพรรณ เที่ยงพิมล อดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 01.52 น. ขอประกาศให้ประชาชนที่อยู่อำเภอใกล้เคียงอำเภอแปลงยาว ระมัดระวังควันที่เกิดจากการเผาไหม้
ทั้งนี้ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือน แนะนำว่า ใครอยู่บริเวณนั้นควร “อพยพ” ออกมาโดยเร็ว เนื่องจากมี “ควันพิษ”
“อันตรายจากควันพิษจากการเผายางรถยนต์”
– ยางรถยนต์มีไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบประเภทเดียวกับสารประกอบในน้ำมันนั้น เป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 50-60% ซึ่งแฝงตัวอยู่ในรูปของยางที่เป็นวัตถุดิบ
– เขม่าควันจากยางรถยนต์จะเห็นได้ชัดว่าเป็นกลุ่มควันสีดำลอยไปตามอากาศ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
– ตัวอย่างเช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อหายใจเอาก๊าซดังกล่าวเข้าไปแล้ว ก๊าซจะรวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้มากกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน ซึ่งลดความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย หรือทำให้ออกซิเจนในเลือดน้อยลง ส่งผลให้ผู้ที่หายใจเข้าไปมีอาการหายใจขัดและอึดอัดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
– นอกจากนี้ ส่วนประกอบสำคัญหลักๆ ของยางรถยนต์ไม่ได้มีแค่ยางสังเคราะห์ และยางธรรมชาติ แต่ยังมีผงถ่านคาร์บอน (carbon black) น้ำมัน (Extender oil) ลวด และสารเคมี เช่น ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide: ZnO) และซัลเฟอร์ (Sulfur : S) เป็นองค์ประกอบ
– ดังนั้น เมื่อยางรถยนต์เกิดการเผาไหม้จึงไม่ได้ปล่อยแค่เขม่าควัน ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ยังปล่อยสารพิษอีกมากมาย เช่น ก๊าซที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง มีภาวะเป็นกรด เมื่อสูดหายใจเข้าร่างกายอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนเนื้อเยื่อที่บริเวณทางเดินหายใจได้
– อีกทั้งยางสังเคราะห์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นยางชนิดสไตรีน-บิวทาไดอีน (Styrene-Butadiene Rubber : SBR) เมื่อเผาไหม้จะเกิดก๊าซพิษสไตรีนออกไซด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหารอีกด้วยจึงนับว่าเป็นอันตรายมาก
– ดังนั้น ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จึงควรหลีกเลี่ยงการสูดดมเขม่าควันดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ควรอยู่ใต้ลม
01.52 น. ขอประกาศให้พ่อแม่พี่น้องที่อยู่อำเภอใกล้เคียง #แปลงยาว ระมัดระวังควันพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ด้วยค่ะ หากพบอาการวิงเวียนปวดศีรษะ ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลค่ะ เหตุด่วนสามารถประสานเพจพรรคก้าวไกล – ฉะเชิงเทราได้เลยค่ะ สแตนบายค่ะ #ฉะเชิงเทรา #แปดริ้ว #ไฟไหม้ pic.twitter.com/UcpmRzHTHI
— Ploy_Phatcharaphan (@Ployphatcha15) April 15, 2023

