หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา หลวงตาบุญชื่น...

หลวงตาบุญชื่น เสร็จภารกิจธุดงค์จากภาคใต้ขึ้นเหนือ ใช้เวลา 6 เดือน วันนี้กลับนครพนมแล้ว

19.04.23 | 14:13 น.

หลวงตาบุญชื่น เสร็จภารกิจเดินธุดงค์ ใต้สู่เหนือ กลับถึงบ้านเสาเล้า อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปนมัสการ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท จำวัดอยู่ที่พักสงฆ์ชั่วคราวท้ายหมู่บ้าน ในสวนยางกลางทุ่งนา บ้านเสาเล้าใหญ่ ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม โดยหลวงตาบุญชื่นเดินธุดงค์จากภาคใต้ขึ้นไปภาคเหนือ ประมาณ 6 เดือน

หลวงตาบุญชื่น เริ่มต้นจากการโดยสารเครื่องบินไปลง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 แล้วออกธุดงค์จาก อ.หาดใหญ่ วันรุ่งขึ้น (19 ตุลาคม) ผ่านจังหวัดต่างๆ รวมถึง จ.สุพรรณบุรี ขึ้นไปภาคเหนือ และธุดงค์กลับมาถึงที่พักสงฆ์บ้านเส่าเล้า อ.โพนสวรรรค์ ท่ามกลางความยินดีของสาธุชนและลูกศิษย์ของหลวงตาบุญชื่น ทั้งนี้ มีผู้ร่วมเดินทางกับหลวงตาบุญชื่นด้วยคือ นายสุริยา อุ่นเทียมโสม อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นหลานของหลวงตาบุญชื่น โดยร่วมเดินธุดงค์กับหลวงตามาตั้ง พ.ศ.2563

สำหรับที่พักสงฆ์กลางทุ่งของหลวงตาบุญชื่น สร้างเป็นอาคารเล็กๆ 2 หลัง อาคารหลังแรกขนาดพื้นที่กว้างประมาณ 10 เมตร ยาว 18 เมตร หลังคามุงด้วยแผ่นอลูซิงค์ มีแสงสว่างจากไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ ส่วนอีกหลังหนึ่งเป็นกุฏิของหลวงตา

Advertisement

นางนาง อุ่นเทียมโสม อายุ 58 ปี ชาวบ้านหนองบัวแดง ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เปิดเผยว่า ตนกับสามีคือ นายสุริยา สามี ปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐาก เคยตามหลวงตาไปร่วมธุดงค์ด้วย เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา

นางนางกล่าวว่า แต่เดิมหลวงตาไม่ต้องการให้สถานที่พักสงฆ์แห่งนี้มีไฟฟ้าและแสงสว่างในขณะปฏิบัติธรรมด้วยเกรงว่าจะมีมด หรือแมลงบินเข้ามา และเกิดอันตรายต่อผู้ที่มาปฏิบัติธรรม รวมถึงแมลงที่บินมาด้วย แต่โยมที่มาปฏิบัติธรรมส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ มีอุปสรรคจากการอ่านหนังสือสวดมนต์และเดินเข้าห้องน้ำ อาจประสบต่ออุบัติเหตุได้ง่าย จึงอนุโลมให้ตามสมควรที่จำเป็นจริงๆ

ขณะที่นายสุริยากล่าวว่า แต่เดิมหลวงตาได้กล่าวสมาทานธุดงค์ก่อนจะร่วมธรรมยาตรากับหลวงพ่อจรัญ หรือพระธรรมสิงหบุราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมด้วยพระภิกษุ สามเณร ในขณะนั้นกว่า 600 รูป สาเหตุที่หลวงตาบุญชื่นเลือกวิธีเจริญภาวนาด้วยการธุดงค์นั้น เนื่องจากขณะที่ท่านมาบวช มีอายุมากแล้ว ครั้นจะเข้าไปศึกษาพระธรรมจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมก็เกรงว่าจะเป็นภาระและอุปสรรคต่อพระอาจารย์

นายสุริยากล่าวว่า แผนเดินธุดงค์ครั้งถัดไปจะเริ่มเมื่อไรนั้น หลวงตาบุญชื่นท่านได้กล่าวว่าเรื่องแบบนี้จะบอกก่อนไม่ได้ ต้องมองที่สังขารว่ามีความพร้อมเพียงใด ขณะเดียวกันหลวงตามีอาการอาพาธจากกระดูกยุบบริเวณต้นคอ ซึ่งก่อนหน้านี้แพทย์เคยตรวจมวลกระดูกเบื้องต้นพบว่ามีความหนาแน่นราวกับคนอายุ 50 ปี ทั้งที่อายุหลวงตาขณะนี้ 70 ปีแล้ว แต่ด้วยการเดินธุดงค์อย่างต่อเนื่องจนไม่มีเวลาพักผ่อน ทำให้ข้อกระดูกบริเวณต้นคออักเสบ

นายสุริยากล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจธุดงค์แล้ว ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลโพนสวรรค์จะนิมนต์หลวงตาบุญชื่นไปรักษาต่อไป