ชาวมุสลิมนราธิวาส ร่วมละหมาดต้อนรับ ตรุษอีฎิ้ลฟิตรี ฮ.ศ.1444 ท่ามกลางการเปิดหน้า ไร้แมสก์ปีแรก
วันที่ 22 เม.ย.66 สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าของวันตรุษอีฎิ้ลฟิตรี ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1444 หลังจากที่ชาวไทยมุสลิมทั่วโลกร่วมละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนเป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา และหลังจากที่สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ประกาศให้วันที่ 1 เดือน เซาวาล หรือวันฮารีรายอ ตรงกับวันที่ 22 เมษายน 2566 นั้น

โดยที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองนราธิวาส นายไพศอล อาแว นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เปิดสนามกีฬาเพื่อให้ชาวไทยมุสลิมทั้งในพื้นที่และที่เดินทางกลับมาจากประทศมาเลเซีย ซึ่งมีทั้งชายและหญิง ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เด็ก ที่ต่างสวมใส่เสื้อโต๊ป หรือชุดประจำชาติอาหรับชุดใหม่ ที่เป็นชุดยาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาว ที่มีสีสันสดใส เดินทางเข้าร่วมละหมาดวันตรุษอีฎิ้ลฟิตรี เฉลิมฉลองวันฮารีรายอปอซอ ซึ่งเป็นการปฏิบัติศาสนกิจที่มีความสำคัญต่อชาวไทยมุสลิมเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ มุสลิมทุกเพศทุกวัยทั้งชายหญิง ในพื้นที่ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาสและตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่มีชาวไทยมุสลิมอาศัยอยู่ จะไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้านอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้บรรยากาศตามมัสยิดต่างๆ ในปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยไม่มีการสวมใส่แมสก์ เป็นการเปิดหน้าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ได้คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางส่วนที่ยังคงสวมใส่แมสก์ เนื่องจากติดตามข่าวสารว่าโควิดมีการระบาดในบางพื้นที่
“อีฎิ้ลฟิตรี” รู้จักกันในชื่อ “การฉลองละศีลอด” หรือวันอีดเล็ก และในภาษามลายูปัตตานีคือรายอปอซอ เป็นวันหยุดทางศาสนาที่ฉลองโดยมุสลิมทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน


