หน้าแรก ภูมิภาค อากาศร้อนจัด ...

อากาศร้อนจัด พบศพหนุ่มใหญ่ ดับในบ้านแล้ว 3 วัน คาดขาดน้ำ ฮีตสโตรกดับ

28.04.23 | 07:52 น.

อากาศร้อนจัด พบศพหนุ่มใหญ่ ดับในบ้านแล้ว 3 วัน คาดขาดน้ำ ฮีตสโตรกดับ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 เมษายน พ.ต.ท.พีระ ราศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ตรวจสอบเหตุเป็นชาย อายุ 50 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนภายในบ้าน ต.หนองนาคำ คาดสาเหตุจากอากาศร้อนระอุ ทะลุ 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ราว 2 งาน พบญาติพี่น้องผู้ตายและชาวบ้านที่ทราบข่าว พากันมายืนดูเหตุกาณ์ที่หน้าประตูรั้วบ้านจำนวนมาก พบศพนายไพจิตร ทาอ่อน หรืออี๊ด อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน นอนอยู่ภายในห้องนอน ในลักษณะนอนหงายและขึ้นอืดบนเตียงนอนมาประมาณ 3 วัน ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นตลบไปทั่วบริเวณ อาสากู้ภัยต้องจุดธูปเพื่อดับกลิ่น

ภายในห้องนอนพบพัดลมตั้งพื้น และพัดลมเพดานยังเปิดทำงานอยู่ สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว กางเกงชั้นในลายสก๊อต ตรวจสอบรอบบริเวณห้องและตามร่างกาย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย ในเบื้องต้นตำรวจและแพทย์เวร สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว และจากสภาวะอากาศร้อนจัด ทำให้ร่างกายขาดน้ำจนเกิดอาการฮีตสโตรก เพราะผู้ตายเป็นคนชอบดื่มเหล้าขาว จนทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย แต่ทางตำรวจและแพทย์เวร ต้องให้มูลนิธินำศพไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล เพื่อสรุปและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ใช่เหตุฆาตกรรม ตามที่เป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้

Advertisement

นางนวลศรี ผิวดำ อายุ 74 ปี ป้าผู้ตายเล่าว่า รักผู้ตายเหมือนลูกชายแท้ๆ เพราะเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก หลานชายเป็นคนชอบดื่มเหล้าขาว ก่อนเกิดเหตุ มีชาวบ้านไปบอกตนที่บ้านว่า ไม่เห็นผู้ตายออกจากบ้านมาหลายวัน และที่บ้านเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งกลางวันกลางคืนมาหลายวันแล้ว และวันนี้ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา คาดว่าหลานชายคงเสียชีวิตอยู่ในบ้าน รู้สึกตกใจมาก จึงมาดูก็พบว่าหลานชายนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนจริงๆ

“ก่อนหลานชายเสียชีวิต ช่วงอากาศร้อนระอุติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ หลานชายบ่นว่าอากาศร้อนมาก ขนาดเปิดพัดลมยังนอนไม่หลับ ต้องอาบน้ำคืนละ 3 ครั้ง ถึงจะนอนหลับได้ บางวันผู้ตายจะไปกินข้าวที่บ้านตนทั้งเช้าและเย็น บางวันก็ไปกินที่วัดบ้านดอนภู่ ที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เพราะพี่ชายของเขาเป็นเจ้าอาวาสวัด แต่ 3 วันที่ผ่านมา ไม่เห็นหลานชายมากินข้าวเย็นที่บ้าน ก็คิดว่าคงไปกินที่วัด ก่อนมีชาวบ้านไปบอก ว่าเขานอนเสียชีวิตในบ้านมาหลายวันแล้ว จึงออกมาดูและรู้สึกเสียใจมาก”

นายนเรศ ทาอ่อน อายุ 55 ปี พี่ชายผู้ตาย เล่าว่า น้องชายเคยทำงานเป็นช่างฟิตเครื่องยนต์ อยู่ที่บริษัทขายรถบรรทุกยี่ห้อหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี และอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว หลังจากแยกทางกับภรรยามาประมาณ 10 ปี มีลูกสาว 1 คน อายุ 17 ปี ไปอยู่กับแม่ที่ ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ทำให้ผิดหวังที่ชีวิตครอบครัวล้มเหลว น้องชายจึงหันมาพึ่งเหล้าขาวและติดงอมแงม จนร่างกายทรุดโทรมไม่แข็งแรงหมือนก่อน เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา นายจ้างได้ให้พักงาน เพราะติดเหล้าทำงานไม่ได้ ให้เลิกเหล้าได้ก่อนจึงจะรับเข้าทำงานต่อ แต่ก็ไม่สามารถเลิกเหล้าได้ ญาติพี่น้องเคยจะพาไปเลิกเหล้าที่โรงพยาบาล แต่น้องชายก็ไม่ยอมไป และบอกว่าการเลิกเหล้ามันอยู่ที่จิตใจ

ส่วนนางเกตศรี ทาอ่อน อายุ 53 ปี พี่สาวผู้ตาย ได้จุดธูป 1 ดอก บอกดวงวิญญาณน้องชายทั้งน้ำตาว่า ให้ไปอยู่กับพี่ชายอีกคนที่บวชเป็นพระเจ้าอาวาสที่วัดบ้านดอนภู่ และให้ไปสู่สุขติ เพราะหมดเวรหมดกรรมแล้วในชาตินี้ รักเขามาก เนื่องจากเป็นน้องคนสุดท้อง จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ผู้ชาย 4 หญิง 3 ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่ามาจากพิษสุราเรื้อรัง บวกกับอากาศในช่วงนี้ที่ร้อนมาก ทำให้เป็นฮีตสโตรกนอนเสียชีวิตไม่มีใครพบเห็น เคยห้ามเรื่องดื่มเหล้าก็ไม่ยอมฟัง และว่าตนไปบ่นให้ และไม่ค่อยอยากมาหาตน เพราะกลัวตนบ่นด่า แต่ตนก็ให้เงินน้องใช้เป็นประจำครั้งละ 20 บาท เพราะสงสาร ไม่ให้มากเพราะกลัวน้องไปซื้อเหล้ากิน

“ก่อนทราบข่าวว่าน้องชายเสียชีวิต วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร หางตาขวา และต้นแขนขวากระตุกทั้งวัน และหากตนมีอาการแบบนี้ทุกครั้ง ส่วนมากจะได้ร้องไห้ หรือเสียน้ำตา ในใจก็คิดอยู่ว่าต้องเป็นลางร้าย หรือลางบอกเหตุจะมีเรื่องไม่ดี และจะฌาปนกิจน้องชายที่วัดบ้านดอนภู่ ที่พี่ชายเขาเป็นพระเจ้าอาวาส ในวันพรุ่งนี้”