พบแล้วคนขับรถส่งของ จอดทิ้งกลางสะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หลังเจ้าตัวสูญหายไป ล่าสุดพบเป็นศพลอยขึ้นอืดกลางทะเลดอนหอยหลอด มีโซ่รัดล็อกกุญแจที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง ตำรวจส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 เมษายน พ.ต.ต.หญิง ชุติมา บรรจงปุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งพบศพลอยในทะเลปากอ่าวแม่กลอง บริเวณกลางดอนหอยหลอด ห่างจากสะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประมาณ 5 กิโลเมตร จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม นำร่างขึ้นมาตรวจสอบที่ท่าน้ำวัดปากสมุทร ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
จากการตรวจสอบญาติยืนยันว่าผู้ตายคือ นายกฤษณะ อายุ 28 ปี ชาว จ.อำนาจเจริญ คนขับรถบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง ที่จอดรถไว้บนสะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเมื่อวานนี้ สภาพศพสวมเสื้อกีฬาคอปกแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ตามลำตัวไม่มีบาดแผล บริเวณข้อเท้าพบว่าถูกโซ่รัดข้อเท้ายึดติดกันไว้ทั้ง 2 ข้าง แล้วล็อกด้วยแม่กุญแจ
ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังซ้ายพบกระเป๋าเงิน 1 ใบ ภายในมีเอกสารส่วนตัว ส่วนกระเป๋ากางเกงกลังด้านขวาพบกุญแจ 1 พวง 5 ดอก เป็นกุญแจรถ กุญแจห้อง และมีอีก 1 ดอกเป็นขนาดเดียวกับแม่กุญแจที่ใช้ล็อกโซ่
เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวกลับไปให้ นพ.ประณิธิ พิพัฒน์ประทานพร แพทย์เวรที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ชันสูตรเบื้องต้น และนำลูกกุญแจในกระเป๋าผู้ตายมาลองไขแม่กุญแจที่ล็อกโซ่ที่ข้อเท้าไว้ พบว่าไขออกได้
นายกนกทัต จีนตุ้ม อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพลอยขึ้นอืดอยู่กลางดอนหอยหลอด และผูกเชือกไว้ให้ สภาพที่เจอนอนหงายหน้า ที่ข้อเท้ามีโซ่รัดไว้ทั้ง 2 ข้างและล็อกกุญแจไว้ด้วย
นายอุบล ทองโกฏิ อายุ 40 ปี พี่ชายผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืน 2 วันก่อน น้องชายส่งข้อความมาให้พี่ชายดูแลพ่อแม่ และส่งให้ญาติในลักษณะเดียวกัน ส่วนสาเหตุคาดว่าจะเป็นเรื่องงาน ทั้งงานในบริษัท และงานนอกที่ขับรถแล้วไม่ได้เงิน พอมาถึงสะพานลูกค้าไม่โอนเงินให้ เขาจึงไม่มีเงิน จนอาจทำให้น้องชายเครียดก็เป็นได้ ส่วนเรื่องครอบครัวตนไม่ทราบ มีเพียงเมื่อ 2 วันก่อนโทรศัพท์ไปหาแฟนบอกว่าถ้าชาติหน้ามีจริงจะมาคบกันใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีร่องรอยการฆาตกรรมทางร่างกายก็คงไม่ติดใจการเสียชีวิตของน้องชาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายกฤษณะขับรถตู้บรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร กลับจากส่งของที่ จ.ระนอง มาถึงที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าน่าจะเครียดปัญหาส่วนตัวที่ยังไม่มีใครทราบ จึงตัดสินใจจอดรถแจ้งพิกัดให้นายจ้างทราบ แล้วจึงดับเครื่องล็อกรถเรียบร้อย ก่อนจะใช้โซ่พันธนาการที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง ใช้กุญแจล็อกและกระโดดน้ำเมื่อประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 27 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา
กระทั่งช่วงสายวันที่ 28 เมษายน นายจ้างมาให้ข้อมูลและติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอนำรถกลับบริษัท ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยลงดำน้ำค้นหาตั้งแต่กลางวันไปจนถึงกลางดึกก็ยังไม่พบ กระทั่งร่างของนายกฤษณะลอยขึ้นอืดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเครียดปัญหาส่วนตัวจึงตัดสินใจใช้โซ่พันธนาการที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง และใช้กุญแจล็อก แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม จึงส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


