รวบหลานสามีโหด ฆ่าเผาชิงทรัพย์น้าสาว สารภาพแอบเข้าไปจะขโมยของ แต่ผู้ตายตื่นมาเห็น เลยกลัวความผิด
จากกรณีที่ น.ส.วรรณา ตันติวณิชย์ อายุ 52 ปี ถูกคนร้ายฆ่าเผาชิงทรัพย์สร้อยข้อมือทองคำ 1 บาท เหตุเกิดร้านรับซื้อของเก่า ร่มโพธิ์รีไซเคิล หน้าหมู่บ้านร่มโพธิ์ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายพงษ์ภัทร จันทรเสนา อายุ 35 ปี ชาว ต.อุ้มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 265/2566 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ที่ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.วรรณา ตันติวณิชย์ อายุ 52 ปี เสียชีวิต
โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 5 ต.บางพลี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โซนิค สีแดงดำ ทะเบียน กพต 160 ศรีสะเกษ และตรวจยึดสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 1 บาท ของผู้เสียชีวิตได้จากร้านทองแห่งหนึ่ง ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่คนร้ายนำไปขาย
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ได้สอบสวนนายพงษ์ภัทร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.วรรณา โดยวันที่เกิดเหตุ ตนตั้งใจจะเข้าไปที่ร้านเพื่อขโมยของ แต่ น.ส.วรรณา ผู้ตายตื่นมาเจอแล้วบอกว่าจะโทรศัพท์บอกให้นายสุทโธ รินเพ็ง สามีของ น.ส.วรรณา ให้ทราบ ตนกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี จึงไปแย่งโทรศัพท์มือถือ น.ส.วรรณาตะโกนร้องให้คนช่วย ตนจึงใช้ผ้าอุดปากเพื่อไม่ให้ผู้ตายส่งเสียงร้อง แล้วใช้สายไฟมัดมือมัดเท้า น.ส.วรรณา แล้วใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต แล้วปลดเอาสร้อยข้อมือทองคำ 1 บาท ก่อนจุดเทียนและเอาเศษกระดาษทำเป็นเชื้อเพลิง เพื่อทำให้เกิดเพลิงไหม้ในร้านขายของเก่าเพื่อที่จะอำพรางศพ แล้วหลบหนีไป
พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.พูนสุข รอง ผกก.1 บก.สส.ภ.1 พร้อมตำรวจสืบสวนภาค 1 ลงพื้นที่ร่วมคลี่คลายคดี ร่วมกับตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรี สืบสวน สภ.บางบัวทอง หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายพงษ์ภัทร จันทรเสนา อายุ 35 ปี เป็นหลานเขยของสามีผู้ตาย ซึ่งเคยทำงานอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่า แต่ถูกไล่ออกเพราะมีพฤติกรรมลักทรัพย์ หลังก่อเหตุได้นำทองไปขายได้เงินมา 29,000 บาท ก่อนถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก
หลังแถลงข่าวตำรวจได้ควบคุมตัวนายพงษ์ภัทร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ก่อนนำกลับมาดำเนินคดี สภ.บางบัวทอง


