ตร.ยึดเงินพ่อค้า 2 แสน หลังสายแจ้งสงสัยซื้อเสียง กกต.รับ ‘ไม่มีหลักฐาน’ แต่ยึดไว้ป้องกัน

แบบนี้ได้หรือ ตร.นครพนมยึดเงินสดพ่อค้าเกือบสองแสนอ้างส่ง กกต.ตรวจสอบเหตุสายรับแจ้งสงสัยซื้อเสียงเลือกตั้ง ผอ.กกต. ยืนยัน ยึดเงินพ่อค้า ไม่มีหลักฐานการซื้อเสียง แค่ตรวจสอบ

จากกรณีที่ชุดเฉพาะกิจ กกต.นครพนมและตำรวจนครพนม รวบผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัครเขต 2 พรรคการเมืองหนึ่ง พร้อมด้วยเงินสดต้องสงสัย เกือบสองแสนบาท เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา ประมาณ 15.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและชุดเฉพาะกิจของ กกต.เขต 2 จังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการแจกเงินซื้อเสียง โดยผู้ช่วยหาเสียงของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ที่บ้านหนองไฮ ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า นายมานพ (สงวนนามสกุล) ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครรายหนึ่งที่ได้แจ้งไว้กับ กกต.จังหวัดนครพนมแล้ว สายลับแจ้งเพิ่มเติมว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ อาจก่อเหตุกระทำผิดก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้รุดไปตรวจสอบหาความเคลื่อนไหวโดยดักซุ่มอยู่ข้างถนนระหว่าง บ้านแพงสะพังเส้นทางไปบ้านหนองไฮ ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. พบรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นบิ๊กเอ็ม ทะเบียนนครพนม วิ่งผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบ พบคนขับคือ นายมานพ และเมื่อขอตรวจค้นในตัวนายมานพ ก็พบธนบัตรซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ เป็นธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทและใบละห้าร้อยบาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 195,000 บาท

Advertisement

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ พร้อมนำตัวนายมานพส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เบื้องต้นนายมานพให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนที่ปกติมักจะพกติดตัวไว้ซื้อสินค้ามาจำหน่ายที่ร้าน เพราะที่บ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ แต่ระหว่างทางเกิดฝนตกหนักจึงเปลี่ยนใจไม่ซื้อและขับรถกลับแต่ก่อนจะถึงบ้านก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายมานพ ที่บ้านหนองไฮ ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พบว่าเป็นร้านขายของเบ็ดเตล็ดขนาดกลางและร้านอาหารตามสั่งตั้งอยู่กลางชุมชนของหมู่บ้านหนองไฮ โดยมีภรรยาช่วยกันค้าขาย สอบถามมีความรู้สึกอย่างอย่างไรที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากทางเจ้าหน้าที่

นายมานพกล่าวว่า ไม่หนักใจต่อข้อกล่าวหา แต่ตนต้องเสียโอกาสค้าขายเพราะเจ้าหน้าที่ขออายัดเงินต้องสงสัยดังกล่าวเป็นการชั่วคราว และจะส่งคืนให้ภายหลังวันเลือกตั้ง

พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวว่า กรณี มีการยึดเงินสดของพ่อค้าคนดังกล่าว เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ กกต.จ.นครพนม เพื่อป้องกันการซื้อเสียง เป็นการตรวจยึดมาเพื่อการตรวจสอบ หากไม่มีความผิดก็จะนำส่งคืนเจ้าของเงิน

นายสมพล พงษ์พิพัฒน์ ผอ.กกต.จังหวัดนครพนม กล่าวว่า กรณีมีการยึดเงินสดของพ่อค้าคนดังกล่าว ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ รายละเอียดยังไม่มีหนังสือรายงาน จึงยังไม่ทราบข้อมูลโดยละเอียด

ก่อนต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์ ทางด้าน นายสมพล พงษ์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดเงินสดพ่อค้า ชาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย หลังมีคนแจ้งเบาะแส จึงเข้าทำการตรวจสอบ แต่ไม่พบหลักฐานการซื้อเสียงแต่อย่างใด จึงมีการตรวจยึดตามขั้นตอนกฎหมายการเลือกตั้ง ป้องกันการซื้อเสียง หากตรวจสอบไม่พบความผิดแล้วจะมีการคืนเงินทันที

ส่วนเจ้าของเงิน จะเรียกร้องในส่วนที่ได้รับความเสียหาย สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิ สำหรับการเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ในพื้นที่ จ.นครพนม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งหมด 4 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนหน่วย เลือกตั้ง ทั้งหมด 12 อำเภอ มี 1,133 หน่วย เขตเลือกตั้งที่ 1 177 หน่วย เขตเลือกตั้งที่ 2 มี 278 หน่วย เขตเลือกตั้งที่ 3 มี 277 หน่วย และเขตเลือกตั้งที่ 4 มี 301 หน่วย สำหรับพื้นที่ จ.นครพนม มีประชากร จำนวน ทั้งหมด 714,943 ราย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 568,353 ราย คาดว่าจะสามารถรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประมาณ 22.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดในการซื้อเสียง มีเพียงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการหาเสียงพาดพิงคู่แข่ง จะได้ตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด

ด้าน นายมานพ พ่อค้า ผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ยึดเงินสด เปิดเผยว่า มั่นใจตนถูกกลั่นแกล้ง และเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง เนื่องจากตนเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่เป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบยึดเงินสด ขณะเดินทางไปซื้อของ มาค้าขายที่ร้าน ในบ้านพัก ที่ขายของทั่วไป โดยตนมีอาชีพค้าขาย ยอมรับกระทบการค้าขาย เพราะเป็นเงินใช้จ่ายหมุนเวียน ฝากขอความเป็นธรรมให้มีการคืนเงินให้เร็วที่สุด สำหรับกรณีที่มีการนำข้อมูลไปเผยแพร่ออกสื่อในทางเสื่อมเสีย ได้ประสานงานกับฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เตรียมดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image