วงจรปิดจับภาพ ‘จ่าเอก’ ขับเก๋งเลี้ยวผิดซอย ตกน้ำเสียชีวิต
เมื่อเวลา 00.25 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ร้อยตำรวจเอกวรากร สายแวว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ศรีมโหสถ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งตกไปในน้ำมีผู้ติดอยู่ภายในรถ หลังจากรับแจ้งจึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมกำลังอาสาสมัคร มูลนิธิร่วมใจปราจีน เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าว
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณคูน้ำ หมู่ 2 ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นคูน้ำมีความกว้างประมาณ 5-10 เมตรและมีความลึกประมาณ 3 เมตร โดยรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถยนต์เก๋งตกลงไปในคูน้ำและมีคนขับติดอยู่ในรถ จึงได้ประสานชุดประดาน้ำจากมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน เข้าทำการค้นหารถยนต์คันดังกล่าว เบื้องต้นใช้เวลาในการค้นหาประมาณ 30 นาที จึงได้พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียนปราจีนบุรี
และพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถทราบชื่อต่อมาคือ จ่าเอกประเสริฐ ชาวเจริญ อายุ 49 ปี โดยสวมเสื้อกีฬาสีดำ กางเกงกีฬา รองเท้าผ้าใบ เสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะหน้าฝั่งคนขับ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวขับมาโดยใช้ความเร็วไม่มากนัก ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยจากนั้นรถได้พุ่งลงบริเวณคลอง
จากการสอบถาม นางอุบล เชาวเจริญ อายุ 54 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตเผยว่า สามีตนเป็นคนชอบเล่นกีฬาฟุตบอลและออกไปหาเพื่อนเพื่อเตะฟุตบอลเป็นประจำ โดยหลังจากเตะฟุตบอลเสร็จมักจะสังสรรค์กับเพื่อนอยู่บ่อยครั้ง คาดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากสามีตนนั้นจำซอยเข้าบ้านผิด เพราะที่เกิดอุบัติเหตุนั้นห่างจากซอยเข้าบ้านประมาณ 50 เมตร
ด้าน นายประยุทธ์ ชุมแพ อายุ 25 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นตนได้นั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับแฟน ได้เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวนั้นขับชะลอมาเหมือนจะจอดตนก็ไม่ได้เอะใจอะไรหลังจากนั้นได้เลี้ยวลงไปในคูน้ำและได้ยินเสียงไม้หักดังแกร่ก ตนจึงตะโกนบอกแฟนที่อยู่ในสายให้รีบตามคนมาช่วยแต่ไม่สามารถช่วยได้ทันเพราะน้ำในนั้นลึกมาก
ทางด้าน นายพรเทพ เสี้ยวเส็ง อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่ามีรถเสียหลักตกไปในคูคลอง หลังจากรับแจ้งจึงได้รีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุพบว่า ท้ายรถเก๋งลอยอยู่เหนือน้ำและกำลังจมลงเรื่อยๆ ตนและชาวบ้านพยายามกระโดดลงไปช่วยเพื่อที่จะนำคนที่เสียชีวิตออกมาแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งจะนำกล้องวงจรปิดทั้งหมด ไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนศพของผู้เสียชีวิตนั้นนำไปชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลศรีมโหสถ ก่อนจะมอบให้ญาติดำเนินการตามประเพณีต่อไป


