ผู้ว่าฯชัยภูมิ ห่วงวิกฤตเด็กไอคิวต่ำไม่ถึง 100 พุ่งสูง รั้งท้ายอันดับ 70 ของประเทศ กระตุ้นเห็นความสำคัญ
วันที่ 20 พ.ค.66 ขณะที่ จ.ชัยภูมิ คณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัดชัยภูมิ (พชจ.ชย.) พร้อมคณะทำการ พช.เขต 9 นครราชสีมา นำโดย นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นั่งหัวโต๊ะ เปิดประชุมเร่งหาแนวทางร่วมกับคณะกรรมการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครั้งที่ 1/2566 ในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ
นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ซึ่งเรื่องกำหนดแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนระดับจังหวัด เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อกำหนดแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์จังหวัด “ครอบครัวชาวชัยภูมิเข้มแข็ง ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” หลังมีสถิติตัวเลขคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กว่า 4 แสนครอบครัว ที่ปัจจุบันพบว่า ในกลุ่มปัญหาการเกิดของคนในพื้นที่ลดน้อยลงต่อเนื่องตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ที่ต่อปีมีประชากรเกิดประมาณ 6,000 คน แต่ยอดการเสียชีวิตต่อปีก็สูงกว่าเกือบ 1.1 หมื่นคนต่อปี ซึ่งในปัจจุบันนำไปสู่ยุคผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น
รวมทั้งในเฉพาะอัตราการเกิดของเด็กในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ยังพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าเติบโตขึ้นมามีไอคิว (IQ) ต่ำกว่า 100 เกิดปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ติดอยู่ในอันดับรั้งท้ายที่ 70 ของประเทศ รวมทั้งปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ที่มีปัญหาตามมาคือภาวะสุขภาพเด็กไม่สมบูรณ์ทางร่างกายเป็นภาระต่อสังคมครอบครัวและรวมทั้งมีปริมาณการเสียชีวิตต่อปีก็เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากต่อปีกว่า 500 คน และในครั้งนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้งประชาชนชาวชัยภูมิ ต้องเร่งช่วยกันให้เกิดความตระหนักให้ความใส่ใจในการช่วยกันเพิ่มคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว ผู้สูงอายุของชาวชัยภูมิ จากนี้ต่อไปตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดที่ต้องออกมาช่วยกันให้ความสำคัญในการมีบุตรให้มากขึ้น
ที่จะต้องมีแผนในระยะยาวอย่างน้อย 10-20 ปี จากนี้ไปที่ชัดเจนร่วมกัน ตั้งแต่ก่อนเด็กเกิดจนไปถึงวัย 6 ปี และต่อไปด้วยระดับมัธยม ที่ทาง จ.ชัยภูมิ จะมีชุดคณะกรรมการระดับ พชอ.ประจำแต่ละอำเภอ ภาคทุกหน่วยงานการศึกษาที่จะต้องมีแผนในการเข้าไปช่วยเสริมสร้างการเรียนการสอนที่ต้องคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน ประชากรชาวชัยภูมิ ทุกคนที่จะต้องมีไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องมีคุณธรรม และวินัย ในการเข้ามาช่วยให้เกิดการเข้าถึงด้านการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกให้เข้าถึงทั่วถึงในทุกกลุ่มให้มากขึ้นโดยเร็ว
ทั้งตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของคู่สมรส ที่จะต้องได้รับการดูที่ จ.ชัยภูมิ จะเร่งเข้าไปช่วยเสริมหากมีคู่สมรสที่จดทะเบียน ทางแต่ละอำเภอในทั้ง 16 อำเภอ ก็จะมีชุดการมอบยาบำรุงชุดเซตมอบให้ไปดูแลสุขภาพหญิงทุกรายก่อนตั้งครรภ์ให้อีกด้วย และอยากให้ชาวชัยภูมิช่วยกันให้ตระหนักในการเข้ามารับการช่วยดูแลด้านสุขภาพจากสถานพยาบาลในทุกพื้นที่ให้มากขึ้น ที่มีการจัดเตรียมความพร้อมเข้าไปช่วยดูก่อนตั้งครรภ์ ให้ได้แต่สภาพปัญหาในปัจจุบันสภาวะครอบครัวของคนในพื้นที่แตกต่างกัน ที่อาจไม่มีเวลาหรือเข้ามาใส่ใจให้ความตระหนักในเรื่องนี้ ที่อยากให้ประชาชนครอบครัว ต้องช่วยกันตระหนักเมื่อตั้งครรภ์แล้วอยากให้ความสำคัญสละเวลาให้มาเข้าถึงบริการระบบดูแลสุขภาพแม่และเด็กคนในครอบครัวตัวเองคนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่เกิดเป็นสำคัญให้มากกว่าที่เป็นกว่าทุกวันนี้จนเกิดปัญหาคุณภาพชีวิตของคนในขณะนี้ด้วย หากไม่เริ่มที่คุณภาพชีวิตคนปัญหาต่างๆก็จะเกิดตามมาอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายจึงต้องเร่งช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันสร้างคุณภาพชีวิตคนในแต่ละพื้นที่ให้มีคุณภาพให้มากขึ้น
“หากปล่อยขาดการดูแลตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเกิด หลังเกิด การตั้งครรภ์การดูแลสุขภาพแม่และเด็ก แล้วประชากรที่เกิดมาก หรือ น้อย แต่ไม่มีคุณภาพ ก็จะเกิดปัญหาด้อยคุณภาพตามมาเป็นภาระต่อสังคมโดยรวมที่ยากจะรอแต่ตามลงไปแก้ไขได้ตามมาอีกเป็นจำนวนมากในปัจจุบันด้วย เพื่อนำไปสู่ครอบครัวชาวชัยภูมิเข้มแข็ง ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ให้ได้โดยเร็วต่อไปได้”

