หน้าแรก ภูมิภาค อีสานโพล ชี้ ...

อีสานโพล ชี้  คนอีสานพอใจสูตรตั้งรัฐบาล “พิธา” แต่ไม่มั่นใจ เสียง ส.ว.เพียงพอจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

20.05.23 | 14:00 น.

อีสานโพล ชี้  คนอีสานพอใจสูตรตั้งรัฐบาล “พิธา” แต่ไม่มั่นใจ เสียง ส.ว.เพียงพอจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 พ.ค.2566 ที่ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล เปิดเผยว่า คณะทำงานอีสานโพลได้สำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับความคิดเห็นหลังทราบผลการเลือกตั้ง จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปี ขึ้นไป 1,100 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ในประเด็นหลัก คือ อยากรู้ว่าคนอีสานรู้สึกอย่างไรหลังจากทราบผลการเลือกตั้งและพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากให้มาร่วมกันจะมีพรรคไหนบ้าง พรรคไหนควรจะเป็นรัฐบาล พรรคไหนควรจะเป็นฝ่ายค้าน

“จริงๆ แล้วอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี คำถามเหล่านี้จะสะท้อนโครงสร้างของประชากรชาวอีสาน คนอีสานรู้สึกมีความหวัง เพราะเหตุผลได้เลือกตั้งและคนที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากทราบการเลือกตั้ง ถึงแม้คนอีสานส่วนใหญ่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเยอะกว่าพรรคก้าวไกล แต่พอเห็นผลการเลือกตั้งก็ได้มีการสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับ 1 น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร เป็นอันดับ 2 ตามมาห่างๆ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นอันดับ 3 รัฐบาลที่อยากให้มาร่วมรัฐบาล พบว่าหลังจากที่พรรคก้าวไกลได้เชิญพรรคต่างๆมาร่วมรัฐบาล ถูกใจคนอีสานกว่าร้อยละ 90 รู้สึกพอใจที่จะให้มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล”

รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่ออีกว่า ส่วนฝ่ายรัฐบาลชุดเดิมคนอีสานจากการสำรวจอยากให้ไปเป็นฝ่ายค้านในรอบนี้ และได้ถามว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจากสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนพบว่าส่วนใหญ่อยากให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนซึ่งแบ่งเป็นว่าควรจะเสร็จภายใน 2 ปี กับอีกส่วนมองว่าไม่จำเป็นต้องรีบภายใน 4 ปีให้เสร็จ ที่เหลือร้อยละ 20 บอกว่ายังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนภายใน 4 ปีนี้ แต่ร้อยละ 80 เห็นว่าควรจะต้องได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

“มีคำถามเพิ่มว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะรวบรวมเสียงจาก ส.ว.ได้เพียงพอหรือไม่ พบว่าร้อยละ 60 คิดว่าไม่น่าจะได้เสียง ส.ว.เพียงพอ ร้อยละ 40 ยังมีความหวังว่าน่าจะมี ส.ว. มาช่วยโหวตให้พอจัดตั้งรัฐบาลได้ มีการถามเรื่องการซื้อเสียงพบว่าร้อยละ 40 บอกว่าไม่พบการซื้อเสียงด้วยตัวเองแต่ว่าคนในชุมชนมาเล่าให้ฟังว่าได้เงิน ร้อยละ 30 บอกว่าได้เงินจากการซื้อเสียงเจอมากับตัว ร้อยละ 20 บอกว่าไม่พบเจอและคนในชุมชนก็ไม่ได้พบเห็นการซื้อเสียง”

Advertisement