ลมหายใจเฮือกสุดท้าย สาวท้อง ‘รอดตาย’ หลังไป รพ.ตามนัด จนท.ให้กินยาผิดขวด
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา หญิงสาวรายหนึ่งร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6” ซึ่งระบุว่า “ชีวิตคนไข้ 1 ชีวิตนะ..ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเท็จจริงมันเกิดได้อย่างไร สาธารณสุขจังหวัดต้องตรวจสอบด้วยแล้วมีมาตรการการแก้ไขป้องกันที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีกไหม??? #จันทบุรี”
โดยเจ้าของเรื่องร้องเรียนว่า “มาเจาะเลือดที่ รพ.แก่ง ละเขาเอายาให้กินผิด ปกติต้องกินน้ำตาลแต่เค้าเอายาชามาให้กิน 2 ขวด ก็นึกว่าเปลี่ยนยาให้ เริ่มเอะใจเลยถามหมอว่าเปลี่ยนยาเหรอ หมอบอกไม่ได้เปลี่ยน เท่านั้นเเหละเริ่มมีอาการปากชามือชาเวียนหัว สักพักนึงคือขยับตัวไม่ได้แล้ว ได้ยินทุกอย่างแต่ตอบโต้อะไรไม่ได้เลย เริ่มมีอาการเวียนหัว มือเท้ากระตุกตลอด พอซักพักนึงคือแขนขากระตุกแรงมากเหวี่ยงไปเองไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หายใจไม่ออกกรี๊ดเหมือนจะชักเหมือนคนกำลังจะตาย จังหวะนั้นคือกลัวตายมากกลัวลูกในท้องจะเป็นอันตราย จนท.คนที่ให้ยาผิดมาขอโทษ กูยกโทษให้นะ แต่ไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
ก่อนที่เธอจะเล่าอย่างละเอียดว่า
“มาเล่าให้ละเอียดค่ะ ตอนนี้เริ่มมีสติพอจะจำรายละเอียดได้แล้ว เราท้อง 37 วัน +3 สัปดาห์ วันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566 มีนัดเจาะเลือดตรวจเบาหวานตรวจต่างๆ นาๆแล้วต้องกลืนน้ำตาล จนท.เค้าก็เรียกให้ไปรับขวดยาเหมือนขวดน้ำตาลมากิน เราก็ดูดไปละคือมันขม แล้วชาที่ปากที่คอ เลยหยุดกินแปปนึงในใจคิดว่าเราคงมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เขาถึงเอายาขมๆ มาให้กิน คือไม่ได้คิดว่ามันอันตรายเพราะว่ามา รพ.ไม่ได้คิดว่าจะเจอความสะเพร่าแบบนี้
แล้วคือเขาเรียกชื่อเราเข้าไปตรวจ เราบอกว่ายังกินไม่หมดค่ะมันขม แต่ไม่รู้ว่าเขาได้ยินหรือเปล่า ด้วยความที่อยากกลับไวๆ ก็เลยกลั้นใจกินจนหมด 2 ขวดแล้วเดินไปบอกเขาว่ากินหมดแล้ว แล้วพยาบาลก็เรียกเข้าห้องตรวจฟังเสียงหัวใจลูกพอดี เราเลยถามว่าหมอเปลี่ยนยาเหรอคะทำไมมันขม แต่เขาตอบว่าไม่ได้เปลี่ยนนะกินน้ำตาลต้องหวานสิ
เราเลยบอกว่าเรากินมันขมแล้วก็ชาปากชาคอ เขาเลยให้เราไปหยิบขวดมาดู สรุปคือมันไม่ใช่น้ำตาล แต่มันคือยาชาที่เบิกมาเพื่อจะเอาไว้ฝังเข็มยาคุม แล้วเขาให้นั่งรอ ประมาณ 10 นาที คือนั่งไม่ได้ตาจะปิด เวียนหัว พอเขาพยุงไปนอนคือยามันออกฤทธิ์แรงมากปากพูดไม่ได้ตาลืมไม่ได้ แต่รู้สึกอยู่ตลอดแต่ขยับไม่ได้เลย
เริ่มเวียนหัวแบบบ้านหมุนราวๆ 20 นาทีได้มือเท้ากระตุกตลอดความดันขึ้น จนต้องวัดคลื่นหัวใจพอสักพักเริ่มหายใจไม่ออกร่างกายเริ่มกระตุกรุนแรงขึ้นขาดอากาศไปแปปนึง ตอนนั้นคือในตาที่หลับมันมืดดำไปเลย พยายามอ้าปากให้มีอากาศเข้าสติเริ่มหายแต่มีอากาศเฮือกสุดท้ายที่หายใจเข้าตอนที่กรี๊ดออกมา
ตอนที่กรี๊ดคือมันควบคุมไม่ได้เลยมันคือลมหายใจสุดท้ายจริงๆในตอนนั้น พอได้หายใจเข้าอีกครั้งคือแบบน้ำตาไหลเลย กลัวตัวเองตายกลัวลูกในท้องตาย ตอนนี้ยังตกใจไม่หายเลยมันคือเฮือกสุดท้ายจริงๆ”
ภายหลังจากที่เรื่องดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยต่างระบุว่าโรงพยาบาลจะต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับชีวิตถึง 2 ชีวิต หลายรายยังแนะนำให้ฟ้องร้องให้ทางโรงพยาบาลดูแลรับผิดชอบให้ถึงที่สุดด้วย
“รพ.ต้องรับผิดชอบเท่านั้น ทั้งค่ารักษาและอื่นๆทุกอย่าง รพ.ห้ามหาข้ออ้างใดๆทั้งสิ้น ความผิดพลาดครั้งนี้มีผลต่อ2ชีวิตคับ ย้ำ!!! รพ.ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ตามนั้นครับ”
“แบบนี้ไม่ได้นะคะ ชีวิตมีค่ามาก ทำงานได้สะเพร่ามาก”
“ต้องเอาผิดค่ะ เพราะอาจมีผลระยะยาว ใครขะรู้จะมีผลกับลูกในท้องด้วยมั้ย”
“ดำเนินการฟ้องค่ะ ชีวิตทั้งชีวิต”
“อันตรายสุดๆ เราเคยโดนยาชาตอนผ่าตัดเหมือนอัมพาตเลยนะ เดี๋ยวนี้เริ่มมีข่าวจ่ายยาผิดก็มี”

