สาวโวย จู่ๆ มีประวัตินวดแผนไทย 50 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยไปใช้ รพ.สต.รับหมอนวด ‘สวมสิทธิจริง’
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Natacha Charoenpon หรือ น.ส.นาตาชา อายุ 32 ปี อยู่ตำบลหนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด เป็นผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 1.45 นาที พร้อมระบุว่า “ล่าสุดไปยืนยันตัวตนแอพพ์หมอพร้อมที่อนามัยพื้นที่ตามที่อยู่ พอเช็กดูประวัติการรักษาในแอพพ์ งงเลย ไปรักษาอยู่อนามัยหนองคันทรงได้ไง ตั้งแต่ปี 2563-2566 รวม 50 ครั้ง ด้วยอาการปวดหลัง ไปเดือนละ 4 ครั้ง (ถ้าเป็นจริงคืออาการเรื้อรังมากนะ) ไม่เคยไปอนามัยหนองคันทรงเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหน ฝากให้หมออนามัยหนองเสม็ดเช็กให้แล้ว ยังไม่ได้คำตอบ เพราะด่วนมาก มาทำงานก่อน #งงนะเจองี้ #เพิ่มเติม หนองคันทรงยืนยันว่าเราไปใช้บริการจริงๆ คือไปนวด ไม่งั้นจะมีชื่อขึ้นในคอมเค้าได้ยังไง (อนามัยหนองคันทรงอยู่ตรงไหนก๊อนนนน)”
ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีการแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมา ถึงความผิดปกติ ส่อทุจริตหรือไม่ หรือเป็นเพราะระบบมีปัญหา ขณะเดียวกัน น.ส.นาตาชาได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ.สมโภค ศรีชูจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองตราด เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 แล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดตามสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจาก น.ส.นาตาชาทราบว่า ผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดตราด ทราบว่า ตอนแรกตนเองไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย กระทั่งตนต้องไปยืนยันตัวตนในแอพพ์หมอพร้อม ที่สถานีอนานัยตำบลหนองเสม็ด และเมื่อเข้าไปเช็กการรักษากับพบว่า มีประวัติเข้ารักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด แผนกนวดแผนไทย จำนวน 50 ครั้ง ในช่วงปี พ.ศ.2563-2565 หรือเฉลี่ยเดือนละ 4 ครั้ง โดยมีการวินิจฉัยโรคประกอบด้วย คือ ความผิดปกติของเนื้อเยื่อแบบอื่นและปวดหลัง
หลังจากที่ทราบเรื่องนี้แล้ว ได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองคันทรงทันที เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นทาง รพ.สต.หนองคันทรงขอเวลาตรวจสอบ และระบุว่าเคยมานวดหรือไม่ และให้สิทธิผู้อื่นมานวดหรือไม่ ซึ่งตนบอกว่าไม่เคยไปนวดสุขภาพที่ไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองคันทรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับ นายเสรี อุยนันทพิทักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองคันทรง และทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า
ปัญหาที่เกิดเหตุ สืบเนื่องจาก รพ.สต.หนองคันทรง มีแผนกนวดแผนไทยที่ให้บริการประชาชน มีแพทย์แผนไทย 1 คน และหมอนวดอีก 4 คน มีบริการนวดที่ รพ.สต.และนวดนอกสถานที่ ประชาชนคนไหนที่ไม่มีประกันสังคมมานวดได้เช่นกัน จะเสียเงินชั่วโมงละ 200 บาท ส่วนผู้ที่ใช้ประกันสังคมสามารถนวดได้เช่นกัน และมีโควต้าให้สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือสัปดาห์ละ 4 ครั้ง โดยหมอนวดจะได้เปอร์เซ็นต์ 60% รพ.สต.หนองคันทรง จะได้ 40% และทุกครั้งหมอนวดจะต้องนำบัตรประชาชนของผู้เข้าบริการมาลงประวัติไว้ทุกครั้งและทำการเบิกประกันสังคม
นายเสรีกล่าวต่อว่า หลังจากมีการร้องเรียนมายัง รพ.สต.หนองคันทรงแล้ว ได้เร่งตรวจสอบทันที และพบว่ามี หมอนวดรายหนึ่งใน รพ.สต.หนองคันทรง ที่นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายมายื่นรักษา โดยมีแพทย์แผนไทยเป็นผู้คีย์ประวัติเพื่อทำประวัติในการนวด เบื้องต้นทราบตัวหมอนวดแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำเพียงคนเดียวของหมอนวด ส่วนเรื่องการนำบัตรประชาชนหรือเลข 13 หลัก มาใช้ได้อย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด
“หลังจากเกิดเรื่องนี้แล้ว ทาง รพ.สต.หนองคันทรง ได้ปรับวิธีการให้บริการนวดแผนไทยใหม่ ไม่อนุญาตให้หมอนวดไปนวดนอกสถานที่แล้ว จะต้องให้มานวดที่ รพ.สต.หนองคันทรงเท่านั้น และผู้เข้าบริการต้องนำบัตรประชาชนมายื่นเองและเซ็นบันทึกการเข้าบริการด้วยตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก พร้อมทั้งตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่เข้าบริการนวดที่ รพ.สต.หนองคันทรง เบื้องต้นไม่พบการสวมสิทธินอกจากชื่อของนางสาวนาตาชา” นายเสรีกล่าว และว่า ตอนนี้ได้พูดคุยกับผู้เสียหายไว้แล้ว ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้ติดใจอะไร แต่ต้องการเพียงลบประวัติการรักษาให้หมด เพราะกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพในอนาคต ที่อาจจะมีปัญหาด้านการทำประกันหรือประวัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
ด้าน นายสุรชัย เจียมกูล ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ทราบเรื่องนี้แล้ว และได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ รพ.สต.ทั่วจังหวัดตราด ว่ามีการกระทำการสวมสิทธินวดแผนไทยอีกหรือไม่ หากพบจะรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ล่าสุด น.ส.นาตาชาบอกว่า ประวัติการรักษาที่เคยปรากฏบนแอพพ์หมอพร้อม ถูกลบแล้ว แต่ยังเหลืออีก 5 ครั้ง ที่ยังไม่ได้ลบ


