หวิด! เรือข้ามฟากรับนักเรียนเต็มลำ ขับตัดท้ายเรือลากจูงเบียดกัน ผู้โดยสารล้มระเนระนาด เจ้าท่าทรายเรื่องสั่งปรับพักใบอนุญาตทันที
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 29 พฤษภาคม ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี หลังเกิดเหตุเรือข้ามฟากท่าน้ำนนทบุรีและท่าน้ำบางศรีเมืองเฉี่ยวชนกับเรือโป๊ะบรรทุกดินกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมือง จ.นนทบุรี เมื่อเช้าวันเดียวกัน นายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี ได้เชิญตัวนายประกอบ นุ้ยจุ้ย อายุ 59 ปี คนขับเรือข้ามฟาก มาปรับเงินจำนวน 2,000 บาท และพักใบอนุญาตเดินเรือชั่วคราว
หลังจากเมื่อเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน เกิดเหตุเรือข้ามฟากระหว่างท่าน้ำนนท์-ท่าน้ำบางศรีเมือง เฉี่ยวชนกับเรือลากจูงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารเป็นซึ่งเป็นเด็กนักเรียนและประชาชนที่เดินทางไปทำงาน โดยสารอยู่บนเรือข้ามฟากกว่า 50 คน ล้มกลิ้งระเนระนาดไปกับพื้นเรือ บางคนถูกน้ำที่กระเด็นเข้าใส่จนเสื้อผ้าเปียกหลายราย โชคดีที่ไม่มีใครพลัดตกลงไปในแม่น้ำ จนทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์ระทึกดังกล่าวนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาโพสต์ลงในเพจข่าวของจังหวัดนนทบุรี เพื่อถามหาความปลอดภัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ท่าน้ำนนทบุรีตรวจสอบเรือข้ามฟากดังกล่าว พบว่าเป็นเรือขนาดใหญ่ บรรทุกผู้โดยสารได้จำนวน 102 คนต่อลำ วิ่งรับผู้โดยสารไปกลับระหว่างท่าน้ำนนทบุรีกับท่าน้ำบางศรีเมือง ซึ่งในแต่ละเที่ยวจะมีผู้โดยสารประมาณ 60-80 คน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและหลังเลิกเรียน รวมประชาชนที่ต้องใช้บริการเรือข้ามฟากเป็นจำนวนมาก
นายณัฐพล พุกสาย อายุ 29 ปี พนักงานบริษัทเอกชนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ระหว่างที่โดยสารเรือข้ามฟากเพื่อจะไปทำงานตามปกติ สังเกตเห็นว่ามีเรือลากจูงขับมาตามเส้นทางปกติกลางแม่น้ำ แต่จู่ๆ คนขับเรือข้ามฟากได้ตัดสินใจขับเรือข้ามฟากตรงเข้าไปหาเรือลากจูงกลางแม่น้ำโดยไม่จอดรอ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเรือข้ามฟากจะต้องจอดให้เรือลากจูงที่มาทางตรงผ่านไปก่อนถึงจะขับออกจากท่าเพื่อข้ามฝั่งไปได้ แต่วันนี้คนขับเรือตัดสินใจจับเรือเข้าไปจี้เรือลากจูงทั้งๆ ที่มีผู้โดยสารอยู่เกือบเต็มลำ ซึ่งเห็นเหตุการณ์แล้วดูท่าทางจะไม่ดีแน่นอน เพราะคนขับได้หักเรือไปทางขวาและเดินเครื่องเต็มกำลัง เพื่อให้ท้ายมันหันกลับแต่ไม่พ้น ทำให้เรือข้ามฟากไปชนเข้ากับท้ายเรือลากจูงเข้าอย่างแรงจนเรือสั่นไปทั้งลำ ความแรงทำให้เด็กนักเรียนที่ยืนอยู่บนเรือล้มลงไปกับพื้น
นายณัฐพลกล่าวว่า จากที่มองด้วยสายตาบนเรือเมื่อเช้ามีประมาณ 40 คนได้ และส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ก็ไม่แน่ใจว่ามีคนเจ็บหรือไม่ แต่เสื้อผ้าเปียกและเปรอะเปื้อนกันไปหลายคน เหตุการณ์มันเกิดเร็วมาก ส่วนตนเองแขนถูกกระแทกนิดหน่อยไม่เจ็บมาก เหตุการณ์แบบนี้เพิ่งเจอเป็นครั้งแรก ซึ่งคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากความประมาทของคนขับเรือ เสี่ยงอันตรายมาก ผู้โดยสารก็เยอะ โชคยังดีที่ตอนเกิดเหตุกระแสน้ำไม่ไหลแรงมาก ต้องคอยช่วยจับเด็กๆ ไว้กลัวจะกระเด็นออกนอกเรือ ถ้ากระแสน้ำเมื่อเช้าแรงมากก็น่าจะทำให้เรือล่ม จึงอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและจัดการเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก
ด้าน น.ส.เขมิกา วรรณโสภณ อายุ 43 ปี ผู้ปกครองพร้อมลูกชายอายุ 12 ปี และลูกสาวอายุ 8 ขวบ กล่าวว่า เมื่อเช้าตนและลูกสาวกับลูกชายลงเรือที่ท่าน้ำบางศรีเมือง เพื่อข้ามมาฝั่งท่าน้ำนนทบุรี ก่อนเกิดเหตุเริ่มเห็นว่าคนขับเรือขับวนเรือเป็นเลขแปด ก่อนเรือข้ามฟากจะไปกระแทกกับเรือลากจูง ซึ่งโดยปกติที่เคยขึ้นเรือลำอื่นมานั้น ถ้ามีเรือลากจูงมาผ่านมาตามเส้นทางหลัก เรือข้ามฟากจะต้องจอดรอ แต่ครั้งนี้ไม่รู้คนขับ ขับออกไปเร็วทำไม จนทำให้เรือไปกระแทกกับเรือลากจูง 3 ลำ จนน้ำกระเด็นเข้ามาในเรือ เด็กๆ ร้องไห้กันระงม และกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจตนหันไปมองเด็กนักเรียนเหล่านั้นตัวเปียกกันไปหมด แต่ยังโชคดีที่ไม่มีคนพลัดตกเรือไป
น.ส.เขมิกากล่าวว่า ช่วงเวลานั้นไม่สามารถช่วยใครได้ เพราะต้องดูลูกอีก 2 คน และในเรือไม่เห็นเสื้อชูชีพ เห็นแต่ห่วงยางที่อยู่ด้านบนหลังคาเรือและใต้เบาะ ซึ่งไม่ได้มีทุกเบาะ ใช้เรือข้ามหากมานาน รับส่งลูกไปโรงเรียนจนลูกเริ่มโต ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ได้โทรหาเจ้าของเรือข้ามฟากถึงได้ทราบว่าเจ้าของเก่าได้ขายกิจการให้บริษัทเอกชนไปเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา และไม่รับรู้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่คนขับเรือรีบขับเรือออกไป เพราะทำรอบวิ่งหรือเปล่า เพราะปกติคนขับเรือลำอื่นเมื่อเห็นเรือลากจูงมาก็จะต้องจอดรอกันตามกฎขอจราจรทางน้ำ
ด้านนายอำนาจ สอนหมวก ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค นนทบุรี กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีเรือข้ามฟากเฉี่ยวชนกันเมื่อเช้า เกิดจากเรือข้ามฟากไปตัดท้ายเรือลากจูง จึงได้เฉี่ยวกับเรือลำเลียงทรายซึ่งเป็นเรือเปล่าจนเรือทั้งสองลำเบียดกัน ทางสำนักงานเจ้าท่าจึงได้เรียกคนขับเรือข้ามฟากมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคนขับเรือรับสารภาพว่าได้ตัดสินใจผิดพลาดขับเรือข้ามฟากออกไปเบียดกับเรือลากจูงจริง จึงได้ลงโทษด้วยการปรับ เป็นเงินจำนวน 2,000บาท และพักใบอนุญาตนายท้ายเรือชั่วคราวในทันที ในฐานความผิดขับเรือโดยประมาท ทำให้ไปกีดขวางช่องจราจรทางน้ำ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการฝึกอบรมนายท้ายเรือใหม่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก
ด้านนายประกอบ นุ้ยจุ้ย อายุ 59 ปี คนขับเรือข้ามฟากลำดังกล่าว ยอมรับว่า เมื่อเช้านี้ตนเองประมาทที่ขับเรือออกไปในระหว่างที่มีเรือลากจูงซึ่งขับมาทางหลักเพื่อจะตีวงอ้อมหลังเรือลากจูง แต่เกิดผิดจังหวะจนเป็นเหตุทำให้เรือข้ามฟากซึ่งมีผู้โดยสารอยู่บนเรือจำนวนหนึ่ง ทำให้เรือข้ามฟากที่ตนขับอยู่เสียหลักไปเบียดชนกับท้ายเรือลากจูง ก่อนที่จะพยายามบังคับเรือไม่ให้เสียหลักพลิกคว่ำ จนสามารถขับประคองเรือเข้าฝั่งได้สำเร็จ ทั้งนี้ มีประสบการณ์ขับขี่เรือหางยาวสองท่อนมาก่อนแล้ว ก่อนจะมาทำหน้าที่ขับเรือข้ามฟากได้ประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมาจนกระทั่งมาเกิดเหตุ โดยหลังเกิดเหตุแล้วได้ขอโทษผู้โดยสารบนเรือไปแล้ว และต่อไปจะไม่ขับเรือด้วยความประมาทในลักษณะนี้อีก

