หน้าแรก ภูมิภาค ขรก.ครูเห็นด้...

ขรก.ครูเห็นด้วย มติครม.ปลดหนี้ครู

16.02.16 | 18:10 น.

 

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามมติคณะรัฐมนตรี ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้อนุมัติ “โครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอมา โดยธนาคารออมสิน จะปล่อยวงเงินสินเชื่อใหม่ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินได้ 283,000 ราย-ลดภาระหนี้ได้เฉลี่ยรายละ 300,000 – 600,000 บาท ทำให้ลดภาระการผ่อนชำระหนี้เดิมลง เหลือเดือนละ 2,000 – 4,000 บาทหรือบางราย ก็สามารถชำระหนี้ปิดบัญชีได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่กู้เงินจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากเดิมปีละ 5.85 – 6.70 เปอร์เซ็นต์ เหลือปีละ 4 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้กู้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้วงเงินสินเชื่อใหม่ตลอดอายุสัญญา รวมทั้งบรรดาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด จะได้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน ช่วยให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพครูในภาพรวมและคุณภาพการศึกษาของประเทศ

รายงานระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะให้ผู้กู้สามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ทั้ง 2 วงเงิน ได้แก่ วงเงินกู้ใช้เงิน ช.พ.ค.ค้ำประกัน โดยกำหนดอัตราคิดเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก 4 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ผู้กู้มีอายุเป็นสมาชิก ช.พ.ค. 50 ขึ้นไป ระยะเวลากู้ 20 ปี และวงเงินกู้บำเหน็จตกทอดค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีนั้น ผู้กู้มีสิทธิรับเงินบำนาญ ระยะเวลากู้ 20 ปี ดร.วีระเดช ซาตา ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย พร้อมด้วยครูผู้สอน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษา ของจังหวัดขอนแก่น ต่างเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาล และ คสช.ตลอดจนนโยบายของกระทรวงศึกษา ที่จะปลดหนี้ ทั้งในปัจจุบัน และหนี้ต่อเนื่องที่ครูแต่ละคนกู้ยืมมา ในการลดรายจ่าย-ลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งโครงการนี้ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของครูที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในแต่ละภูมิภาค ที่จะนำไปสู่การเรียนการสอน ที่มีคุณภาพ/มีประสิทธิภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

201602161500392-20150622173355

ดร.วีระเดช ซาตา ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาล และ คสช.ตลอดจนนโยบายของกระทรวงศึกษา ที่จะปลดภาระหนี้และผ่อนหนักให้เป็นเบา ข้าราชการครูนั้นเป็นผู้ให้ความรู้กับลูกศิษย์ การที่ครูจะมีสมาธิในการสอนนั้น จะต้องทำความเป็นอยู่ของครูมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะสถานะทางการเงินที่มั่นคง ผมคิดว่าความมั่นคงทางครอบครัวจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการ การศึกษาของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง หากคุณครูทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครูจะได้อุทิศตนและพัฒนาการเรียนการสอนของเด็กๆ ให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป และอยากให้ครูทุกคน รู้จักความพอเพียง ความเหมาะสม และรู้จักสถานภาพของตัวเอง ที่สำคัญอยากให้ครูมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถึงไม่ร่ำรวย ก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และอยากให้ครูยึดหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วเราจะมีความสุข
นายกฤษฎาพันธ์ พงษ์บริบูรณ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนที่ครูเป็นหนี้ ช.พ.ค.ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ จาก 1,000,000 ไปจนถึง 3,000,000 บาท ถ้ามีโครงการนี้ ก็จะเป็นการลดดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ในส่วนของตนเองเป็นหนี้ ช.พ.ค.อยู่ที่ 1,200,000 บาท ส่งจ่ายเดือนละ 7,500 บาท ถ้าร่วมโครงการจะส่งจ่ายต่อเดือนเพียง 5,000 – 6,000 บาท จะมีเงินเหลือเพิ่มขึ้นต่อเดือน ไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท และอยากฝากทางรัฐบาลเพิ่มเติมในส่วนของหนี้ที่อยู่ในส่วนอื่นของครู ซึ่งบางคนไม่ได้มีแค่หนี้ ช.พ.ค.อย่างเดียว อยากให้หนี้ในส่วนต่างๆ มาเข้าระบบ ของธนาคารออมสิน เพราะดอกเบี้ยที่อื่นจะแพงมาก จึงอยากให้โครงการเผื่อแผ่และขยายไปในส่วนของหนี้อื่นๆ ของครูที่มีอยู่
นายฉัตรชัย ทิมจะโป๊ะ อาจารย์โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย กล่าวว่า ตนนั้นเห็นด้วยกับโครงการที่รัฐบาล อย่างน้อยครูที่เป็นภาระหนี้สินอยู่ จะถูกหักเงินเดือนไปตามภาระหนี้ต่างๆ รวมทั้งหนี้นอกระบบ ถ้าสามารถดูแลครูตรงนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างน้อยเงินเดือนก็จะเหลือเพิ่มขึ้นจากเดิม ภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่แพงในแต่ละเดือนก็จะลดลงมา เงินเดือนที่เหลือเพิ่มก็จะสามารถดูแลชีวิตและครอบครัวได้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ และเป็นผลดีต่อคุณครูทุกคน

Advertisement