เพื่อนบ้านเมาใช้ขวดเบียร์ฟาดหน้าเจ้าของร้านขายของชำ อ้างเหตุคับแค้นใจสุดจะทน
จากที่มีการโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลระบุว่า “มีหญิงสาวเตรียมขวดเบียร์มาทำร้ายคนทั้งๆ ที่ไม่เคยมีไรกันแบบนี้เรียกว่าไงครับ” พร้อมกันนี้ก็มีภาพปรากฏด้วยโดยแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของ “หญิงสาวรูปร่างสูงใหญ่ใส่ผ้าถุง สวมเสื้อยืด เดินมาที่หน้าร้านขายของชำ ก่อนที่จะทำท่าเหมือนเรียกคนข้างใน ซึ่งผ่านไปสักครู่เดียวก็มีหญิงเจ้าของร้านรูปร่างเล็กเดินออกมา แล้วหญิงผู้ก่อเหตุก็ควักเอาขวดเบียร์ที่เหน็บไว้ด้านหลังออกมาตีที่ศีรษะและใบหน้าของหญิงเจ้าของร้านหลายทีจนล้มหงายหลังลงศีรษะกระแทกกับพื้นถนน ส่วนหญิงคนก่อเหตุก็ได้เดินกลับไปพร้อมกับขวดในมือนั้น
ต่อมาเมื่อช่วงสายของวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้พบกับ ผู้เสียหาย อายุ 64 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร เล่าว่า เหตุการณ์ตามในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ของวันที่ 30 พฤษภาคม
ขณะที่มีรถขนมมาส่งของนั้น ทางผู้ก่อเหตุที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆ กัน ได้เดินมาที่ร้านพร้อมสั่งน้ำแข็ง 5 บาท ซึ่งตนก็เดินมาจะหยิบน้ำแข็งให้เขา ปรากฏว่าเขาก็ใช้ขวดเบียร์ที่เตรียมมาซัดเลย โดยตนไม่ได้ตั้งหลักก็เลยล้ม จนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าด้านขวาบวมเลือดออกจมูก และศีรษะแตก มีเลือดไหลลงบนพื้นเป็นจุดๆ
ทั้งนี้ ผู้เสียหาย ยังเล่าอีกว่า ตนกับผู้ก่อเหตุก็ไม่ใช่คนอื่นไกลมีศักดิ์เป็นเครือญาติกันทางฝ่ายสามี มีอะไรก็น่าจะคุยกันได้ไม่ใช่มาใช้ความรุนแรง โดยที่ผ่านมาก็เคยทะเลาะเบาะแว้งกันนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรมาก ซึ่งเรื่องเกิดมานานแล้ว คาดว่าผู้ก่อเหตุคงเก็บเป็นอารมณ์ไปเอง
กระทั่งเมื่อวานตนไปถอนฟันที่โรงพยาบาล พอกลับมาก็เห็นเขามานั่งกินเบียร์ที่บริเวณโต๊ะหินห่างจากร้านขายของชำของตนประมาณ 20 เมตร และพอตนเอาน้ำแข็งไปส่งลูกค้า เขาก็เรียกตน 3-4 รอบ ให้เอาเบียร์มาส่งเขา 1 ขวด ซึ่งตนก็ไม่ได้ไป แต่ให้แฟนไปส่งแทน พอแฟนกลับมาก็ไม่มีอะไร จนกระทั่งพอรถขนมมาส่งของ ทางผู้ก่อเหตุก็เดินมาสั่งน้ำแข็ง แล้วก็หยิบขวดเบียร์ที่เหน็บไว้มาตีตน
โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะตึงมาแล้วเพราะกินเบียร์ตั้งแต่เช้า โดยเขาบอกว่า เขาตีปากหมายถึงว่าเราปากดีว่าเขาอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.ย่อยท่าฉลอม โดยทางตำรวจก็แจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ทางด้านของ นางสุรัตน์ อายุ 52 ปี ผู้ก่อเหตุก็เปิดใจยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นคนลงมือจริงตามภาพที่ปรากฏจริง แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นข่าวแพร่กระจายไปทั่ว เพราะมีลูกหลานเอามาให้ดู ซึ่งตนก็พร้อมที่จะเผชิญกับทุกเหตุการณ์ ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มาจากความคับแค้นใจของตนที่ต้องอดทนมานานจนไม่ไหว เพราะผู้บาดเจ็บชอบเอาเรื่องของตนไปพูดกับคนนั้นคนนี้นั่นเอง ซึ่งหลังก่อเหตุก็ได้ขอโทษสามีกับลูกของผู้บาดเจ็บด้วย บอกว่า อดไม่ไหวจริงๆ


