กรมควบคุมโรค เตรียมประกาศให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า จังหวัดแรกประเทศไทย เพื่อสนองพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือเพื่อเร่งรัดเตรียมประกาศให้จังหวัดภูเก็ต เป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ภายในปี 2566 เพื่อสนองพระปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ (กรัด-สะ-ไน-ระ-วิ-วง) อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันผลักดันให้เกิดการรับรองพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับจังหวัด ให้สำเร็จเป็นที่แรกของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในทุกอำเภอ มีการดำเนินงานเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งในคนและสัตว์ ตามหลักเกณฑ์การสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามพระปณิธาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ และทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย ภายในปี 2568 สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ได้แก่ องค์การอนามัยโลก องค์การสุขภาพสัตว์โลก และองค์การอาหารและยาเพื่อการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจากสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าของประเทศไทยที่มีแนวโน้มจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง จาก 18 ราย ในปี 2561 ลดเหลือ 3 ราย ในปี 2565 สำหรับจังหวัดภูเก็ตนับว่ามีความพร้อมสูง เนื่องจากไม่มีผู้เสียชีวิต มาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงร่วมกันสนองพระปณิธานฯ โดยกำหนดนโยบาย “1 เขต 1 อำเภอ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า”
โดยจังหวัดภูเก็ตมีแผนในการประเมินและรับรองพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับจังหวัด ผ่านการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด ซึ่งจะเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีการประกาศเป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเป็นทางการ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินการได้จนเป็นต้นแบบในการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า เป็นจังหวัดที่มีคุณสมบัติในการรับรองเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ในระดับจังหวัดแห่งแรกของประเทศ อันจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย
ด้าน นายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินการได้จนเป็นต้นแบบในการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า โดยไม่พบผู้เสียชีวิตด้วย โรคพิษสุนัขบ้าในทุกอำเภอ และมีการดำเนินงานเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษ สุนัขบ้า ทั้งในคนและสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจังหวัดที่มีคุณสมบัติในการรับรองเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับจังหวัดแห่งแรกของประเทศ อันจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อีก ทั้งยังเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย
ด้าน นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปั่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทย แบ่งระดับของพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ได้เป็น 5 ระดับ ได้แก่
1.ระดับปลอดโรคพิษสุนัขบ้า คือ พื้นที่ไม่พบรายงานโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและในสัตว์เป็นระยะเวลามากกว่า 2 ปี และได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษ สุนัขบ้าผ่านคณะกรรมการประเมินและรับรองฯ
2. ระดับ Afree คือ พื้นที่ที่ไม่พบรายงานโรคพิษสนัขบ้าทั้งในคนและในสัตว์ เป็นระยะเวลามากกว่า 2 ปี
3. ระดับ A คือ พื้นที่ที่ไม่พบรายงานโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและในสัตว์ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี
4. ระดับ B คือ พื้นที่ที่ยังพบรายงานสัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
5. ระดับ C คือ พื้นที่ที่ยังพบรายงานคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษ สุนัขบ้า ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
โดยการประเมินและรับรองพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าจะเริ่มต้นจากการประเมินและรับรองใน
ระดับท้องถิ่น สะสมขึ้นมาเป็นระดับอำเภอ และระดับจังหวัดตามลำดับ โดยใช้แนวทางคู่มือการ
สร้างพื้นปลอดโรคพิษสุนัขบ้า จัดทำโดยคณะกรรมการและคณะทำงานจัดทำคู่มือฯ ซึ่งประกอบ
ไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรค และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

