หน้าแรก ภูมิภาค ลูกจ้างอุทยาน...

ลูกจ้างอุทยานฯเอราวัณ หวังขืนใจ นทท.ลิทัวเนีย แต่ยั้งใจทัน โดนคดีอนาจาร ถูกไล่ออกแล้ว

2.06.23 | 00:00 น.

แหม่มชาวลิทัวเนีย แจ้ง ตร.จับลูกจ้างอุทยานฯหื่น รับสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ทีแรกคิดจะข่มขืน แต่ยั้งใจหยุดกระทำ ก่อนพาเดินออกจากป่า

จากการที่มีข่าวแพร่สะพัดว่าลูกจ้างหน่วยราชการในพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ก่อเหตุล่วงละเมิดนักท่องเที่ยวสาวชาวลิทัวเนีย เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กิตติพันธุ์ เสนาบุตร ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์ และ พ.ต.ต.ปกรณ์เกียรติ ชิณเทศ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งกำลังทำการสอบปากคำ นายปราโมทย์ อายุ 24 ปี ลูกจ้างชั่วคราวอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย นักท่องเที่ยวสาวชาวลิทัวเนีย อายุ 27 ปี บริเวณบ่อขยะเทศบาลเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

พ.ต.ต.ปกรณ์เกียรติเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 12.14 น. วันที่ 1 มิถุนายน ตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรีนำนักท่องเที่ยวสาวชาวลิทัวเนียเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ถูกชายคนหนึ่งใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายนำคลิปและภาพถ่ายที่บันทึกไว้ขณะที่เกิดเหตุ และสภาพร่างกายมี่มีร่องรอยการใช้กำลังทำร้าย โดยตำรวจท่องเที่ยวนำล่ามมาเป็นสื่อกลางในการให้ปากคำ ต่อจากนั้นผู้เสียนำชี้จุดเกิดเหตุ โดย สภ.ศรีสวัสดิ์ ได้ประสานกับ นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายนี้

ต่อมา นายปราโมทย์ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยรับสารภาพในทุกข้อหา หลังจากนั้นชุดสืบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐานเป็นเสื้อยืดสีเทา 1 ตัว เสื้อยืดสีดำ 1 ตัว กางเกงขาสั้นสีเทาดำ 1 ตัว รองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ ที่สวมใส่ตอนก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ในวันก่อเหตุ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่นโดยเจตนา

Advertisement

นายปราโมทย์เปิดเผยว่า ไปเจอผู้เสียหายบริเวณหน้าป้ายหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณที่ อว.4 (ลำต้น) ระหว่างจะไปซื้อเทียนที่ร้านค้าข้างบน แต่ไม่มีเทียนขาย จึงไปซื้อที่ร้านค้าข้างล่างก็ไปเจอผู้เสียหายอีกรอบ จึงบีบแตรรถเพื่อทักแซวและก็เปิดไฟเลี้ยวไปทำธุระ ต่อมาผู้หญิงคนดังกล่าวขี่รถตามเข้ามา ตนจึงทำมือไล่ออกไปว่าเข้ามาไม่ได้ แต่เขาก็ขี่ตามเข้ามาจนมาถึงที่จอดรถ ตนก็ทำมือให้วนหัวกลับ เขาทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ ตนก็เลยเดินเข้าป่ามาเลย

นายปราโมทย์กล่าวว่า พอเดินไปได้ 500 เมตร ก็เห็นว่าเดินเข้ามาสองต่อสอง จึงคิดว่าจะทำการข่มขืนหญิงสาวคนดังกล่าว แต่พอเขาล้มตนก็ชะงัก และคิดว่าไม่เอาดีกว่า แล้วก็เดินออกจากป่า ซึ่งตนก็เป็นคนพาเขาออกจากป่า แต่เขาจะเดินขึ้นไปอีกทาง จึงตะโกนไปว่า “โน โน” หลังจากนั้นก็พาเขาออกมาทางเดิม เมื่อมาถึงที่จอดรถก็ยกมือไหว้ขอโทษไป ก่อนที่สาวคนดังกล่าวจะขี่รถกลับออกไป

“ผมยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง โดยทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ไม่ได้ทำร้าย แค่ดึงแขนเท่านั้น ขอโทษผู้เสียหาย ผมเป็นคนนิสัยไม่ดี ผมผิดคนเดียว คนไทยไม่เป็นอย่างผม ผมขอโทษที่ทำให้คนไทยเสียชื่อเสียง” โดยขณะที่พูดประโยคดังกล่าว นายปราโมทย์ได้ยกมือไหว้ขอโทษไปด้วย

เมื่อสอบถามผู้เสียหายชาวต่างชาติ ได้รับการเปิดเผยว่า เข้ามาพักผ่อนใน จ.กาญจนบุรี และเช่ารถจักรยานยนต์จากร้านในตัวเมืองกาญจนบุรีขี่ขึ้นไปท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ตาม ลำพัง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะขี่รถไปเที่ยวชมน้ำตกเอราวัณ แต่เป็นช่วงที่น้ำตกปิดจึงไม่สามารถเข้าไปได้ จึงขี่รถออกมาตามเส้นทางและได้พบกับนายปราโมทย์ ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาพบกันโดยบังเอิญ

ผู้เสียหายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุพยายามเข้ามาพูดคุยตีสนิทโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ในการแปลภาษา ก่อนจะออกอุบายล่อลวงว่าตนเองรู้ทางลัดที่จะสามารถเข้าไปเที่ยวในน้ำตกเอราวัณได้ เมื่อเห็นว่าชายคนดังกล่าวดูน่าเชื่อถือจึงหลงกลขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไป

ผู้เสียหายเล่าอีกว่า ผู้ก่อเหตุให้จอดรถทิ้งไว้ที่บริเวณบ่อขยะ ก่อนจะเดินเท้าเข้าไปในป่าละเมาะประมาณ 300 เมตร จากนั้นพยายามใช้กำลังล่วงละเมิดและพยายามจะข่มขืน โดยพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างเต็มที่จนสามารถวิ่งหลบหนีออกมาได้ และขี่รถจักรยานยนต์มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่

หลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวผู้เสียหายได้นำคลิปวิดีโอที่สามารถถ่ายภาพของผู้ก่อเหตุจากด้านหลังเอาไว้ได้ให้เป็นหลักฐานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาไม่นานในการประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่จนได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุทำงานเป็นลูกจ้างของหน่วยราชการในพื้นที่

ตำรวจจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ ดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจาร

ส่วนทางอุทยานแห่งชาติเอราวัณมีคำสั่งไล่ออกและเลิกจ้างนายปราโมทย์ออกจากตำแหน่งลูกจ้างทันที และประสานตำรวจ สภ.ศรีสวัสดิ์ ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด