หน้าแรก ภูมิภาค ฝ่าฝืนคำสั่ง ...

ฝ่าฝืนคำสั่ง บ้านสุขาวดี สั่งคนงานซ่อมแซมอาคารรุกที่สาธารณะ หลังเมืองพัทยาเข้ารื้อถอน 30ก.ค.

2.06.23 | 18:56 น.

ฝ่าฝืนคำสั่ง บ้านสุขาวดี สั่งคนงานซ่อมแซมอาคารรุกที่สาธารณะ หลังเมืองพัทยาเข้ารื้อถอน 30 ก.ค.

จากกรณีเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาได้ลงพื้นที่ปิดหมายประกาศตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แบบ ค.3 ค.4 ค.7 และ ค.10 ในอาคาร 3 หลัง ภายใน “บ้านสุขาวดี” ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังตรวจพบว่าอาคารเหล่านี้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ และมีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีการฟ้องร้องและอุทธรณ์กันตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงการฟ้องร้องที่ศาลปกครอง ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย “บ้านสุขาวดี” ให้เหตุผลว่าอาคารดังกล่าวตั้งอยู่พื้นที่งอกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เมืองพัทยามั่นใจว่าจากแนวเขตการรังวัดและภาพถ่ายทางอากาศนั้นเป็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอย่างแน่นอน จึงเป็นข้อพิพาทเพื่อรอผลการตรวจสอบ ต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ และล่าสุดมีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครอง เมืองพัทยาจึงเร่งรัดเข้ามาดำเนินการทุบอาคารเพื่อรอรื้อทำลายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน นายสุริยา แก้วเขียว ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายคริส เชิดสุริยา หัวหน้าฝ่ายควบคุมอาคาร นายมารุต อุทัยวัฒนานนท์ วิศวกรโยธาชำนาญการ นายเกียรติศักดิ์ คงเขียว วิศวกรโยธาชำนาญการ นายกฤษฎาสิทธิ์ เกษจินดา นายช่างโยธา นายชัยวัฒน์ แจ้งสว่าง นายช่างโยธาชำนาญการ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่สำนักการช่างเมืองพัทยา นำกำลังบุคลากรกว่า 20 คน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องจักรหนัก อาทิ รถแบ๊กโฮ รถบรรทุก เดินทางกลับมายังบ้านสุขาวดี ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อีกครั้ง เพื่อดำเนินการรื้อถอนอาคารหลังดังกล่าวอีกรอบ หลังจากที่ก่อนหน้านี้คือในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้ทำการตัดน้ำ ตัดไฟ และทุบรื้อพื้นที่เวทีและอุปกรณ์ตกแต่งบางส่วนออกไปเพื่องดไม่ให้ทางบ้านสุขาวดีสามารถใช้พื้นที่ในการจัดงานได้ ระหว่างที่รอช่วงเวลาในขบวนการจัดซื้อ-จัดจ้างตามกฎหมาย เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามารับเหมางานรื้อถอนอาคารทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุริยา แก้วเขียว ผอ.ส่วนควบคุมอาคารเมืองพัทยา กล่าวว่า อาคารดังกล่าวถือว่าสิ้นสุดขบวนการไปแล้วหลังศาลปกครองยกเลิกการคุ้มครอง ด้วยพบว่าเป็นอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในพื้นที่พิพาทเพื่อรอพิสูจน์ทราบว่าที่ดินสาธารณะ ขนาด 11 ไร่ 1 งาน หรือไม่ โดยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเมืองพัทยาจึงนำกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้ามาทำการรื้อถอน ตัดน้ำ ตัดไฟ พร้อมมีคำสั่งห้ามการก่อสร้าง ต่อเติม หรือใช้อาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารอย่างเข้มงวด แต่ปรากฏว่าช่วงสายวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงมาตรวจพื้นที่กลับพบว่า “บ้านสุขาวดี” มีการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่ง โดยพบว่ามีการมอบหมายให้คนงานเข้ามาทำการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคาร รวมทั้งเวทีการแสดงที่เมืองพัทยาได้ทุบทำลายไปบางส่วนเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรื่องเข้ารายงานต่อเมืองพัทยา กระทั่งมีการหารือพร้อมขนสรรพกำลังเข้ามารื้อถอนอีกครั้ง ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้จะมีการทุบทำลายอาคารเพื่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้นจนไม่สามารถใช้งานได้ ตามกำลังของอุปกรณ์และคนที่สามารถสนับสนุนภารกิจได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ยังขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสนับสนุนภารกิจ ซึ่งหากพบว่ามีการขัดขวางก็จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Advertisement

นายสุริยากล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคาร ส่วนควบคุมอาคาร สำนักการช่างเมืองพัทยา ในฐานะนายตรวจ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ไปลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ด้วยจากการเข้าตรวจสอบอาคารดังกล่าวอีกครั้งพบว่ามีบุคคลซึ่งน่าเชื่อได้ว่าเป็นพนักงานของบริษัทได้เข้ามาปรับปรุงอาคารเวที ซึ่งเมืองพัทยาได้ทำการรื้อถอนไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดเข้าไปในอาคารที่เมืองพัทยาได้ออกคำสั่งห้ามใช้อาคาร (แบบ ค.4) ในส่วนนี้จะได้ใช้ประกอบการแจ้งความร้องทุกข์กรณีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เมืองพัทยายังเตรียมดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีบางหน่วยงานจัดทำโครงป้ายเหล็กขนาดใหญ่ภายในโครงการบ้านสุขาวดี แต่มีแนวป้ายคร่อมพื้นที่ของทางสาธารณะที่ติดกับซอยสุขุมวิท 8 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไปเช่นกัน