เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านห้วยพ่าน หมู่ที่ 13 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าลัวะ กว่า 42 ครัวเรือน เปิดรับฤดูกาลท่องเที่ยวในชุมชนเป็นปีแรก โดยจัดบริการล่องแพไม้ไผ่เริ่มต้นจำนวน 6 แพ เพื่อหารายได้ทดแทนอาชีพเกษตรกรรมแบบทำไร่เลื่อนลอยและตัดไม้ทำลายป่า แต่ละแพจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 4 คน มีชาวบ้านที่ชำนาญเส้นทางเป็นผู้ถ่อแพ ๆ ละ 2 คน โดยเฉพาะวันหยุดยังมีนักเรียนมาช่วยผู้ปกครองถ่อแพด้วย ล่องไปตามลำน้ำน่านตั้งแต่หัวคุ้งน้ำวังปลา ลอดสะพานแขวนไปจนปลายคุ้งน้ำวังปลา ระยะทางกว่า 500 เมตร ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงปลายทาง สนนราคาต่อแพก็ไม่แพงมากนัก เช่าเหมาแพละ 300 บาทเท่านั้น ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทะยอยมาใช้บริการกันอย่างคึกคัก

ระหว่างทางล่องแพนัก ท่องเที่ยวยังสามารถให้อาหารปลาที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้าราคาถุงละ 20 บาท มีปลาคังตัวใหญ่มาแหวกว่ายลอยขึ้นผิวน้ำแย่งอาหารกันจำนวนมาก นอกจากนั้นยังได้ชมธรรมชาติ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำน่านที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีดอกไม้ประดับหลากสีเป็นระยะๆ สร้างความประทับใจตลอดเส้นทาง เมื่อถึงปลางทางแล้วยังสามารถชมธรรมชาติบนฝั่งช่วงขาเดินกลับมายังจุดเริ่มต้น เป็นการออกกำลังกายในระยะทาง 500 เมตร พร้อมทั้งถ่ายรูปบนสะพานแขวนที่สวยงามไปด้วย ซึ่งกิจกรรมล่องแพดังกล่าวนับเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และสร้างรายได้ชดเชยการทำอาชีพปลูกข้าวโพด แก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าตามนโยบายของจ.น่าน
นายฉัตรชัย จิตรตรง กำนันตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง กล่าวว่า กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้เป็นแนวความคิดของชาวบ้าน ที่จะหารายได้มาทดแทนอาชีพเดิมเคยบุกรุกทำลายป่า เชื่อว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้จะสามารถสร้างรายได้เข้าหมู่บ้านได้อย่างเพียงพอ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพื่อส่งเสริมสร้างอาชีพใหม่ให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาและช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและป่าไม้ให้ยั่งยืนต่อไป.


