หน้าแรก ภูมิภาค ‘นายกเท...

‘นายกเทศมนตรี’ เปิดห้องคอมพ์ ยันความบริสุทธิ์ หลังถูกกล่าวหาซื้อของสเปกต่ำให้ร.ร.

5.06.23 | 14:43 น.

‘นายกเทศมนตรี’ เปิดห้องคอมพ์ ยันความบริสุทธิ์ หลังถูกกล่าวหาซื้อของสเปกต่ำให้ ร.ร. ด้าน สท.กิตติศักดิ์ ชี้ ที่ออกมาแฉไม่ใช่เรื่องการเมือง

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการอภิปรายของนายกิตติศักดิ์ หอสว่างวงศ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เขต 3 กล่าวหาในการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาล โดยไม่สุจริตในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่ (ราชพงษ์) จำนวน 12 เครื่อง และโรงเรียนเทศบาลวัดประทุมคณาวาส (นิพัทธ์หริณสูตร์) จำนวน 9 เครื่อง รวมจำนวน 21 เครื่อง เครื่องละ 22,000 บาท เป็นเงิน 462,000 บาท ซึ่งแม้จะสเปกถูกตามระเบียบ แต่เป็นคอมพ์ที่ไม่มีคุณภาพนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม เหลืออด! ซัด ‘นายกเทศมนตรี’ จัดซื้อคอมพ์สเปกต่ำให้ น.ร. ถาม ไม่กินสักงาน ท้องไส้จะปั่นป่วนหรือ?

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวประสานไปที่โรงเรียนเทศบาลวัดประทุมคณาวาส ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พบกับ นายวสันต์ ปรีดานันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เปิดห้องคอมพิวเตอร์ให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ พบว่าภายในห้องจัดคอมพิวเตอร์เป็น 4 แถว 2 แถวหันหน้าคู่กัน แถวด้านขวาจะเป็นคอมพิวเตอร์ยี่ห้อเดียวกัน ซื้อมาตั้งแต่ปี 2558 จำนวน 20 เครื่อง ส่วนแถวซ้ายมือมีเครื่องคอมพิวเตอร์เจ้าปัญหาที่เพิ่งซื้อยี่ห้อเดียวกัน 9 เครื่อง อีกด้านไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีเพียงเอกสารที่วางไว้ และคอมพิวเตอร์ที่ชำรุด

จากการตรวจสอบสเปกเครื่องโดยใช้ โปรแกรม CPUz พบว่า เมนบอร์ด ASRock โมเดล X370M-HDV R4.0, CPU เป็น AMD Ryzen 5 Pro 4650G, แรม 8 Gb DDR4-2666 ตัวเก็บข้อมูลเป็น SSD 256 นอกจากนี้ จอยังเป็นขนาด 21 นิ้ว จากการตรวจกล่องบรรจุพบว่า ผลิตวันที่ 21 ตุลาคม 2022 ส่งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566

Advertisement

นายสมชาย ตันประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่า วันนี้พาผู้สื่อข่าวมาตรวจคอมพิวเตอร์เพราะ สท.กิตติศักดิ์กล่าวหาว่าผมซื้อคอมพ์รุ่นเก่าปี 2020 แต่จากการตรวจสอบจากวันผลิตของบริษัท ผลิตวันที่ 21 ตุลาคม 2022 ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าคอมพิวเตอร์ยี่ห้อนี้ไม่ทน ตนยืนยันว่าคอมพิวเตอร์ที่จัดซื้อเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน เพราะใช้เพียงโปรแกรมพื้นฐาน และยี่ห้อเดิม SVOA ที่ใช้อยู่ตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันก็ยังใช้งานได้ในระดับนึง แต่เพียงอัพเดตข้อมูลโปรแกรมบางอย่างไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดหามาทดแทน อีกทั้งคอมพิวเตอร์ที่จัดซื้อได้สูงกว่าสเปกที่กำหนด เช่น จอแสดงภาพ จากสเปกที่ ICT กำหนด 19 นิ้ว แต่บริษัทส่งให้โรงเรียนเป็นขนาด 21.5 นิ้ว, หน่วยจัดเก็บข้อมูล ICT กำหนด SSD = 250 Gb แต่บริษัทส่งให้โรงเรียนเป็น 256 Gb

นายสมชายกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้นักเรียนเสียโอกาส เพราะคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ เดิมโรงเรียนต้องการ 40 เครื่อง เทศบาลก็ตั้งงบให้ 40 เครื่อง งบประมาณ 880,000 บาท ราคาเครื่องละ 22,000 บาท แต่ได้มา 9 เครื่อง จึงทำให้ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน ไม่ใช้ตามที่ สท.กิตติศักดิ์ให้ข่าวไปว่า 80 เครื่อง 880,000 บาท มีเอกสารหลักฐานยืนยัน

นายสมชายกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นตนพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ เพราะยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่อยากพูดว่าเป็นเกมการเมืองไหม เพราะเดี๋ยวจะไปกล่าวหาเขา แต่ได้ยินมาว่า สท.กิตติศักดิ์จะลงสมัครแข่งเป็นนายกเทศมนตรีในสมัยหน้าอีกกว่า 2 ปี ซึ่งตนก็ไม่ได้ตื่นเต้น เพราะยืนยันทำความดีจึงมั่นใจในการลงนายกสมัยหน้า

ด้านนายกิตติศักดิ์ หอสว่างวงศ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสมุทรสงครามเขต 3 หรือ สท.จุ๋ม กล่าวว่า ความจริงมันหนีกันไม่พ้นหรอก คอมพิวเตอร์จริงที่กําลังเป็นกรณีมันมีคุณภาพไหม ถ้าของดีมีคุณภาพราคาได้ นายกเทศมนตรีไม่ต้องทําอะไรหรอก สังคมเขาพิพากษาตนเองว่าเป็นคนพูดจาส่งเดชถูกไหม

“ผมพร้อมติดคุก แต่ถ้าไปตรวจสอบดูแล้วคอมพ์มันตกรุ่นจริงสเปกมันเก่า มันไม่สมกับราคาชุดละ 22,000 บาท ท่านนายกพร้อมลาออกไหม ราคามันไม่ได้ตามสเปกแล้วของมันไม่ดี ยังไม่สํานึก ยังมาแจ้งความคนที่เขาทําหน้าที่ตรวจสอบกลั่นกรองงบประมาณ เงินภาษีของชาวบ้าน ถามชาวบ้านนะว่ามันยุติธรรมไหม การเมืองสมัยใหม่มันใช่แบบนี้ไหม เมื่อชาวบ้านเลือกตนเข้ามาตนก็มีสิทธิตรวจสอบหรือชี้ผิดชี้ถูก ถ้าของไม่ดีไปบอกว่าดี คราวหน้าไม่มีหน้าอาสาเข้ามาเล่นการเมืองหรอก สังคมปัจจุบัน ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก” นายกิตติศักดิ์กล่าว

ถามว่าจากนี้ไปเส้นทางการเมืองจะเป็นอย่างไรเพราะอยู่ทีมเดียวกันมาเมื่อก่อน นายกิตติศักดิ์ตอบว่า สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะตนพูดตรงๆ บ้านๆ ถ้าคนมีคุณธรรมอยู่ที่ไหนก็อบอุ่น ตนชอบอยู่กับคนมีคุณธรรม แต่ถ้าใครที่ไม่มีคุณธรรมไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีว่าอะไรควรทําไม่ควรทํา บอกเลยว่าคงไม่ร่วมทีมต่อไปแน่นอน

นายกิตติศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนจะไปอยู่กับใครเป็นเรื่องของอนาคต ขอทํางานให้ชาวบ้านกับประชาชนก่อน เงินเดือน สท.มันไม่เยอะ แค่หมื่นกว่าบาท แต่จิตสํานึกตนมี คิดว่าในเมื่อเขาเลือกมาแล้วก็ไม่อยากทําให้ผิดหวัง อะไรที่ทําประโยชน์ได้ก็ทํา ตนมีหน้าที่ตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบ

“วันนี้ถ้าคุณเอาของดีมีคุณภาพเข้ามาถามว่าเรื่องมันจะเกิดไหม จะไปเอาผิดปรักปรําหรือจะไปโทษนายกเขาได้ไหม เรื่องแบบนี้มันก็ไม่เกิด วันนั้นก่อนเข้าสภา เราก็มีการพูดคุยก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวผ่านให้นะ แต่ต้องใช้ของดีมีคุณภาพ เด็กๆ ที่อยู่ในชุมชนของเราเขาก็มีสิทธิที่จะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีใช่ไหม ใช้ของที่ดีเพราะเงินเดือนมาจากพ่อแม่พี่น้องลูกหลานเขาทั้งนั้น และถ้าบอกว่าเป็นเรื่องการที่ผมว่าเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ถ้าเรื่องนี้เกิดเหตุก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. ก็อาจจะคิดว่าเป็นการเมือง แต่นี่การเมืองใหญ่มันจบไปแล้ว ส่วนการเมืองท้องถิ่น คือการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลยังอีกเกือบ 2 ปี” นายกิตติศักดิ์ระบุ

ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าจะลงสมัครนายกเทศมนตรีสมัยหน้านั้น นายกิตติศักดิ์บอกว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่อนาคตก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะลงนายก หรืออาจจะไม่ลงเป็นเรื่องของอนาคต หรืออาจจะย้ายไปอยู่ทีมอื่น แต่ที่แน่ๆ ไม่อยู่ทีมเดียวกับนายกคนนี้แน่นอน เพราะว่าผู้นําไม่มีคุณธรรม

อย่างไรก็ตาม ถามว่านายกเทศมนตรีไปแจ้งความ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ถ้าตนผิดก็พร้อมสู่กระบวนการ แม้จะติดคุกก็ยอมเพราะถือว่าได้ทําหน้าที่สมาชิกสภาและประธานชุมชนดีที่สุดแล้วในการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือพูดง่ายๆ ว่าเงินภาษีอากรของชาวบ้าน ในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ตนเป็นคนตรวจสอบแล้วพูดความจริง เอาเรื่องจริงมาเปิดเผยแล้วโดนแจ้งความ ตนก็พร้อมติดคุก ชาวบ้านเขาจะได้รู้ว่าคนที่ออกมากล้าพูด กล้าตรวจสอบ กล้าพูดความจริง แล้วมาโดนคดี ก็ให้ชาวบ้านเขาตัดสินเอาว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้ต่อไปก็ไม่ต้องเปิดสภาแล้ว