หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มลาว ร้อง...

หนุ่มลาว ร้องเป็นแพะคดียาเสพติด ติดคุกฟรี 2 ปี ถูกยึดรถขายทอดตลาด 2 หมื่น ทั้งที่ซื้อมา 3 แสน 

5.06.23 | 15:02 น.

หนุ่มลาว ร้องเป็นแพะคดียาเสพติด ติดคุกฟรี 2 ปี ถูกยึดรถขายทอดตลาด 2 หมื่น ทั้งที่ซื้อมา 3 แสน 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร อ.เมือง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไหม อายุ 55 ปี เดินทางมาจาก สปป.ลาว เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายรัชพล กรณีก่อนหน้าเคยถูกจับยาเสพติดพร้อมยึดรถยนต์ ยี่ห้อเชอรี่ มูลค่า 350,000 บาท เป็นของกลาง ระหว่างพิจารณาต้องอยู่ในคุกไม่ได้ประกันตัว ต่อมาศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง และให้คืนรถยนต์ เมื่อคดีถึงที่สุด แต่เมื่อออกมาจากคุกจึงมาถามหารถยนต์คันดังกล่าวที่สำนักงาน ป.ป.ส. กลับได้รับคำตอบว่าขายทอดตลาดไปแล้ว ได้เงินมา 20,000 บาท นายไหมรู้สึกว่าตนไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องสูญเสียทรัพย์สิน และไม่มีใครรับผิดชอบ จึงมาร้องเรียนกับทนายรัชพลให้ช่วยเหลือ

นายไหมกล่าวว่า มีอาชีพเป็นไกด์พานักท่องเที่ยวข้ามไปยังฝั่งลาว เมื่อปี 2559 ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.จับกุมตัวหน้าบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย พร้อมยึดรถยนต์ยี่ห้อเชอรี่ หมายเลขทะเบียน กส-6201 กำแพงนคร ประเทศลาว ที่ตนซื้อมาราคา 350,000 บาท และผ่อนหมดไปแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกล่าวหาตนเองมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจำนวน 14 กิโลกรัม โดยมีหลักฐานเป็นของกลางอยู่ในกล่องขนาดใหญ่ ซึ่งส่งมาที่บ้านของตน ทั้งๆ ที่ตนเองไม่รู้เรื่อง ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดักซุ่มจับกุมขณะนำนักท่องเที่ยวจะข้ามฝั่งไปเที่ยวยัง สปป.ลาว

ตนถูกจับกุมตัวและถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางคลองเปรมเป็นเวลาเกือบ 3 ปี จนคดีสิ้นสุด ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง และสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางของตนเอง หลังจากนั้นมาตนได้เดินทางไปติดต่อขอรับรถยนต์จากทาง ป.ป.ส. กลับได้รับการชี้แจงว่ารถยนต์ของตนเองได้ทำการขายทอดตลาดไปแล้ว ในราคา 20,000 บาท รู้สึกรับไม่ได้จึงไม่ขอรับเงินดังกล่าว เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เดินทางมาร้องเรียนกับทนายรัชพล เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามในคดี

ด้านทนายรัชพลเผยว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น. จะพาผู้เสียหายไปร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรมเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เสียชื่อประเทศไทย รวมทั้งผู้เสียหายเองก็ไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควรจะได้ เพราะทั้งหมดเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทั้งสิ้น การที่จะคืนเงินจำนวน 20,000 บาท ให้กับผู้เสียหายที่นำรถไปขายนั้น มองว่าเป็นเพียงแค่เศษเงินที่เขาเยียวยามา ซึ่งมันไม่ถูกต้องและไม่มีความเป็นธรรมกับผู้เสียหายรายนี้เลย

Advertisement