ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกลเขต 1 พบ ส.ประมงสมุทรสาคร หารือปัญหาด้านข้อกฎหมาย-ระเบียบร่วม 150 เรื่อง ลั่นเรื่องนี้ต้องดันเข้าสู่ ครม.วาระแรกของ รบ.ใหม่
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม หรือ ฟลิ้นท์ ว่าที่ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เข้าพบกับคณะกรรมการสมาคมการประมงสมุทรสาคร โดยมีนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ อดีตประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมการประมงสมุทรสาคร นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร นายศาวงษ์ จุ้ยเจริญ นายกมล ไกรวัตนุสสรณ์ อุปนายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และกรรมการสมาคมการประมง ได้หารือร่วมกันถึงข้อเรียกร้องของชาวประมงสมุทรสาคร และภาพรวมของชาวประมงทั้ง 22 จังหวัด ที่ต้องการให้ทางพรรคก้าวไกล ผลักดันเข้าสู่แนวทางการแก้ไขทันที หากได้เป็นรัฐบาล
นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับสมาชิกสมาคมการประมงทั้ง 22 จังหวัด อยากให้มีการแก้ไขเรื่องขั้นตอนและร่างประกาศแก้ไขเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายประมงทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายกรมประมงกว่า 300 ฉบับ กับแรงงานและเจ้าท่าอีกราวๆ 100 ฉบับ รวมที่ต้องขอแก้ไขมีทั้งหมดกว่า 400 ฉบับ แต่จากการพิจารณากลั่นกรองแล้วที่ต้องขอแก้ไขเร่งด่วนเกือบ 150 ฉบับ ส่วนที่เหลือค่อยดำเนินการต่อไป
“อยากให้มีการแก้ไขวิธีการปฏิบัติหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อชาวประมงก่อน นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อวัน ก็ต้องการให้มีแนวทางในการปรับแบบเป็นลำดับขั้นตอนค่อยเป็นค่อยไป ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดผลกระทบอย่างหนักทั้งในภาคประมงและประมงต่อเนื่องหรืออุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลได้” นายมงคลกล่าว

นายมงคลกล่าวว่า ปัจจุบันการทำงานของภาคประมงนั้น จริงๆ แล้วก็มีการจ้างงานไม่ต่ำกว่าวันละ 450 บาท อยู่แล้ว เพราะนายจ้างต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องค่าแรง ค่าสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ค่าอาหารฟรี และค่าที่พักฟรี ส่วนอีกเรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำคือ การลดขั้นตอนและระยะเวลาในการออกบัตร หรือเอกสารรับรองการทำงานของแรงงานต่างด้าว เนื่องจากทุกวันนี้กว่าจะได้แรงงานประมงนั้น จะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องเอกสารตามขั้นตอนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ส่งผลทำให้นายจ้างต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างรอดำเนินการ ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถช่วยนายจ้างลดขั้นตอนดังกล่าวได้ หรือทำให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยลดภาระที่จ้างต้องแบกรับได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการสมาคมการประมงสมุทรสาคร ก็ได้ชี้แจงถึงเรื่องอื่นๆ ที่ต้องการให้นำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขจากรัฐบาลชุดใหม่นี้ด้วย อาทิ การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตั้งแต่บนบกจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกจากโรงงานแล้วไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ทำให้สัตว์น้ำ สัตว์ทะเล โดยเฉพาะฟาร์มเลี้ยงหอยสองฝาชายฝั่งทะเล และสัตว์น้ำในแม่น้ำลำคลองตายลง, ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลนที่เป็นเสมือนแหล่งกรองของเสียให้กับปากอ่าวสมุทรสาคร, ปัญหาปลาหมอคางดำ ที่พบการกระจายตัวอยู่ในแม่น้ำลำคลอง ส่งผลทำให้สัตว์น้ำตายหรือสูญหายไปเป็นจำนวนมาก, การดูแลที่น้องชาวประมงทุกประเภท, การให้ความช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียจนทำให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ตายลง, ปัญหาการจัดสรรที่ทำกินให้แก่ชาวประมงชายฝั่ง, ปัญหาการแย่งที่ทำกินของพี่น้องชาวประมงชายฝั่งจากคนต่างด้าวที่รัฐบาลอนุญาตให้ยื่นจดทะเบียนขอที่ทำกินได้ และ การจัดหางบประมาณมารับซื้อเรือประมงที่ถูกอายัดคืน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ไม่สามารถออกทำกินได้ให้มีทุนสำรองไปทำมาหากินอาชีพอื่น เป็นต้น
นายมงคลกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะมีการจัดตั้งขึ้นนั้น เป็นความหวังของชาวประมงทั้ง 22 จังหวัด ที่จะได้รัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องชาวประมงอย่างจริงจัง และเป็นผลสัมฤทธิ์ตามข้อเรียกร้องฯ หลังจากที่ต้องทนรับผลกระทบมานานถึง 8 ปี
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สำหรับปัญหาประมงและในทุกๆ ปัญหานั้น ทางตนและพรรคก้าวไกล ตั้งใจที่ผลักดันสู่การแก้ไขอย่างเต็มที่ ตามนโยบายที่ได้เคยหาเสียงไว้ โดยในส่วนของปัญหาประมงที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 8 ปีนั้น ก็จะต้องผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พ.ร.ก.ประมงปี 2558 หรือประกาศกระทรวง กฎกระทรวงต่างๆ ที่ทำให้อาชีพประมงทำงานได้อย่างยากลำบากนั้น หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลก็จะนำเข้าสู่มติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) แรกเพื่อผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.ก.ประมง เข้าสู่สภา แล้วนำไปสู่การแก้ไขโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ขอให้พี่น้องชาวประมงทั้งในจังหวัดสมุทรสาคร และพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศเชื่อมั่นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทางพรรคก้าวไกลจะต้องผลักดันให้ได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน

