ชาวบ้านฝั่งเมียนมาเริ่มเดือดร้อน หลัง กฟภ.ตัดไฟ ผู้ว่าฯลงพื้นที่ชายแดน พบคนไทยไม่ได้รับผลกระทบยังค้าขายได้ปกติ
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย นายสมชาย ไตรทิพย์ชาติสกุล นายอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่บริเวณช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ ที่ได้รับการผ่อนผัน ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ท่าที่ 23 บ้านวังแก้ว โดยมี นายคำ จันทร์บุญ ผู้ประกอบการ ท่าที่ 23 พร้อมผู้เกี่ยวข้อง คอยให้ข้อมูล หลังจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาแม่สอด หยุดจ่ายไฟฟ้าข้ามแดนไปประเทศเมียนมา จำนวน 2 จุด บริเวณเมืองชเวโก๊กโก่ และ เล เก ก่อ เมื่อช่วงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย.2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า หลังการงดจ่ายไฟฟ้าดังกล่าว ยังไม่มีผลกระทบต่อฝั่งไทย โดยยังคงมีการค้าขายชายแดนตามปกติ ทั้งที่บริเวณช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ ที่ได้รับการผ่อนผันตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 หรือที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ จ.ตาก ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนด้าน อ.แม่สอด อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ยังคงปฏิบัติหน้าที่คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดตามปกติเช่นกัน

ข่าวแจ้งว่า การหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า ส่วนมากจะเป็นราษฎรเมียนมาที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลงทุนของชาวจีน เช่น หมู่บ้านชาวบ้านทั่วไป คนงาน ลูกจ้าง และชาวบ้านในพื้นที่ ในพื้นที่ส่วยโก๊กโก่ หรือเมืองชเวโก๊กโก่ ตรงข้ามบ้านวยังแก้วย ตำบลแม่ปะ และ เล เก ก่อ บ้านมินละปั่น ตรงข้าม บ้านแม่กุใหม่ ตำบลแม่กุ และบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน ซึ่งได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีเครื่องปั่นไฟฟ้า เช่น ในโซนกลุ่มนักลงทุนชาวจีน แต่เจ้าหน้าที่คาดว่า แม้กลุ่มนักลงทุนจีนได้ใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า แต่คงไม่สามารถใช้ได้นาน ต้องมีผลกระทบแน่นอน

