หน้าแรก ภูมิภาค หมอชายแดนแม่ส...

หมอชายแดนแม่สอด ชี้ต้องสร้างระบบ safe zone แก้หมอลาออก

7.06.23 | 16:20 น.

หมอชายแดนแม่สอด ชี้ต้องสร้างระบบ safe zone แก้หมอลาออก ระบุไม่ได้อยู่ที่งานน้อย งานหนัก แต่อยู่ที่ทีมต้องช่วยกันทำงาน ไม่จับผิด ไม่กินหัวกัน และมีสวัสดิการที่ดี เผย รพ.ปีนี้ได้แพทย์อินเทิร์นมา 17 คน มากเป็นประวัติการณ์ เพราะ รพ.มีระบบนี้

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ถึงกระแสข่าวแพทย์ต้องทำงานหนักในขณะนี้โดยล่าสุด เฟชบุ๊กชื่อดังของหมอชื่อดังของโรงพยาบาลแม่สอด อำเภอแม่สอด ได้มาโพสต์ พร้อมรูปทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ เล่าเรื่องนี้ผ่านทางโซเชียล ที่ใช้ชื่อว่า เรื่องเล่าหมอชายแดน โดยมีข้อความทำนองยอมรับว่าแพทย์ทำงานหนักจริง เช่นเรื่องระบบงาน งานหนัก แต่ค่าตอบแทนน้อยไม่สมกับงานที่ทำ ทั้งยังอึดอัดกับนโยบาย ผู้บริหารหลายระดับ ปัญหานี้มีมานานตั้งแต่รับราชการเข้ามาสู้ปีที่ 20 แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการแก้ปัญหาจริง แก้จุดหนึ่ง ไปเพิ่มอีกจุดหนึ่ง แต่ก็ไปลงที่ทีมแพทย์ ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ หรือยกตัวอย่างบทความคือ

ระบบสาธารณสุขไทยคือ เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับคนไข้ คนไข้จึงมาใช้บริการมาก มองในแง่ดีคือ คนไข้ก็ได้รับการรักษารวดเร็ว รอดชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือ ฟรี .. ประเทศอื่นเขาก็อิจฉาเรานะในระบบอุดมคตินี้ คนชมกันเยอะ แต่ข้อเสียคือ ภาระงานที่ตกลงบนหลังของบุคลากรจนแอ่น ไม่ได้มีปัญหาเฉพาะแพทย์นะ ขาดแคลนไปทุกระดับ ในมุมมองของฉันพยาบาลมีปัญหามากกว่าเสียอีก ในขณะที่งานหนักแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังทำงานในระบบด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป เพราะรัก ชอบ ถูกจริต อดทน หรืออาจไม่มีทางไป ส่วนหนึ่งทนไม่ไหวก็ลาออกไปทำอย่างอื่น ภาพแบบนี้มันไม่ได้เกิดกับแค่สาธารณสุขนะ..มันเกิดกับทุกองค์กรนั่นแหละ

มันเลยเกิดคำถามว่า ..จริงๆ คนมันไม่พอ หรืองานมันถาโถมเข้ามามากเกินไป หรือเกิดการว่างงานกินแรงกันในระบบ ค่าแรงไม่สมดุลกับแรงที่ลงไปหรือเปล่า ผู้บริหารระดับสูงหรือระดับโรงพยาบาลก็ต้องลงมาจัดการให้มันสมดุลกัน การแก้ไขระบบมันไม่ใช่ง่าย ใช้เวลานานแต่ถ้าเริ่มมันคงเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้างล่ะ ตอนนี้แก้ไขฉุกเฉินได้เลยคือ ผลิตเพิ่มไปก่อนแต่ก็ต้องมีคุณภาพด้วยนะ เพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน เช่นเพิ่มค่าตอบแทน เพิ่มเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น ทำระบบให้เป็นระบบที่มี safe zone ไม่ใช่ระบบลูกไก่ที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

เรื่องการลาออกของหมอใหม่มันมีหลายปัจจัยนะ ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากระบบไม่ดีอย่างเดียว อาจจะเกิดจากปัจจัยตัวเอง ปัจจัยครอบครัว การแก้ปัญหาแบบฉุกเฉินฉันว่าเรามาสร้างระบบการดูแล Intern ที่ดีดีกว่า ก่อนอื่นอยากบอกน้องๆ ว่า การเป็นหมอ 1 คนมันมี evolution คือตอนเป็นหมอเด็กๆ เรามีแรงอยู่ อยู่เวรหามรุ่งหามค่ำยังสดใส พอแก่ตัวไปมันไม่ไหวแล้วนะ งานของ intern และงานของสต๊าฟมันคนละแบบกัน สต๊าฟยังมีงานบริหารเข้ามานอกเหนือจากการตรวจคนไข้ intern จะเป็น 1st call เสมอถ้าไม่เจอคนไข้เป็นคนแรกเราก็จะไม่ได้คิดด้วยตนเอง สต๊าฟรับคอนซัล สอน แนะนำ น้องๆ ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปจนครบปี ตอนแรกมันก็ต้องเครียดมากเพราะต้องปรับตัวกับทุกอย่างผ่านสามเดือนแรกไปได้อะไรๆ ก็จะลงตัวมากขึ้น สต๊าฟส่วนใหญ่ก็ตั้งใจดูแลน้องๆ เพราะถือว่าเป็นทีมเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน แต่ก็มีบ้างที่ไม่พร้อมสอนมันก็ธรรมดามนุษย์ เราก็ใช้ต้องงัดทักษะในการดีลกับคนเหล่านี้ให้สำเร็จ

Advertisement

ในฐานะสต๊าฟผู้ดูแล intern มานักต่อนัก ในโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อว่างานหนัก งานโหดติดอันดับของประเทศ และเมื่อถูกประเมินจากส่วนกลางทีไรก็เป็นโรงพยาบาลสีแดง ที่จัดภาระงานให้ intern มากเกินไปไม่เหมาะสม (อันนี้ไม่ได้ภูมิใจนะ) แต่เมื่อส่วนกลางจัดสรรโควต้าแพทย์ intern มาให้โรงพยาบาลเรามีน้องๆ เลือกเต็มอัตราตลอด..ปีนี้เราได้น้อง 13 คน มีจากต่างประเทศ 4 คน รวมเป็น 17 คน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ..ทุกคนรู้กิตติศัพท์ของโรงพยาบาลนี้แต่ก็ยังเลือกมา เชื่อว่าพวกเขาเตรียมตัวมาแล้วล่ะ

จังหวัดเราพาน้องท่องเที่ยวในจังหวัดไปทุกอำเภอตลอดสัปดาห์ให้น้องเห็นถึงความไกลและความลำบาก มีระบบสต๊าฟพี่เลี้ยงที่ดูแลน้องใกล้ชิด น้องมีปัญหาอะไรสามารถ ventilate ได้ทันที บางอย่างก็บอกน้องให้อดทน บางอย่างไม่ยุติธรรมก็ออกไป fight ให้น้องอย่างดุเดือด มีห้องพักให้น้องๆ อย่างดีกระจายอยู่ทุกวอร์ดทั่วโรงพยาบาลให้แอบงีบหากอยู่เวรมากเกินไป บ้านพัก intern อยู่ตรงกลางโรงพยาบาลเดินไปวอร์ดใช้เวลาแป๊บเดียว ขอเพียงอย่างเดียว แลกกับการตั้งใจปฏิบัติงาน ดูแลผู้ป่วยด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และทำงานร่วมกับเราเป็นทีม มาอยู่กับเราเราก็ไม่ได้อยากให้น้องๆ ประทับใจจนซาบซึ้งหรอก หวังเพียงว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งให้น้องๆ เป็นหมอที่สมบูรณ์แค่นั้นเอง

แก้ปัญหาเก่าๆ แบบฉุกเฉินอะไรไม่ได้ตอนนี้..เรามาช่วยกันสร้างระบบการดูแล Intern และการดูแลแพทย์ในองค์กรให้ดีดีกว่าค่ะ ระบบที่ดีไม่ใช่ระบบที่งานเบา หรืองานน้อย แต่เป็นระบบที่ช่วยเหลือกันทำงาน ไม่จับผิดกัน ไม่กินหัว ไม่ bully กัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย และมีสวัสดิการที่ดีค่ะ