หน้าแรก ภูมิภาค ครูฝ่ายปกครอง...

ครูฝ่ายปกครองร.ร.ดังกาฬสินธุ์ ขอโทษเด็กหน้าเสาธง หลังถูกดราม่าเรื่องสั่งสอนศิษย์ ยันไม่เสียศักดิ์ศรี

7.06.23 | 18:08 น.

ครูฝ่ายปกครองร.ร.ดังกาฬสินธุ์ ขอโทษเด็กหน้าเสาธง หลังถูกดราม่าเรื่องสั่งสอนศิษย์ ยันไม่เสียศักดิ์ศรี และไม่ได้ริบเครื่องสำอางเด็ก ลั่นบางอย่างโซเชียลพูดเกินจริง เผยล่าสุดฝ่ายบริหารเตรียมเชิญผู้ปกครอง นักเรียน ครู ลงมติร่วมหาแนวทางแต่งตัวกลุ่ม LGBT+

ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดกาฬสินธุ์น้ำตาซึม หลังเจอกระแสโซเชียลดราม่าถล่มจนต้องขอโทษนักเรียนหน้าเสาธง เจ้าตัวยืนยันมีความตั้งใจอบรมสั่งสอนลูกศิษย์เป็นคนดี และมีระเบียบวินัย แต่อาจใช้คำไม่เหมาะสม ย้ำไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเสียศักดิ์ศรี เพราะอยากให้นักเรียนทั้งหมดเข้าใจ ด้านผู้อำนวยการเตรียมให้ ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมลงประชามติ เรื่อง ระเบียบว่าด้วย การแต่งกายของนักเรียน เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และเหมาะสมกับทุกฝ่าย โดยจะถือเป็นแนวปฏิบัติของโรงเรียนร่วมกัน

จากกรณีมีการแชร์รูปภาพ และข้อความในโลกโซเชียลลักษณะ มีกลุ่มนักเรียน LGBT+ โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ ที่แต่งหน้ามาเรียน ถูกครูเรียกไปพบหลังเลิกแถว โดยพูดหน้าแถวว่า “กะเทยพบครูหลังเลิกแถว” และเมื่อไปพบแล้วมีการอ้างว่า ถูกยึดเครื่องสำอาง และโดนกำชับให้ห้ามแต่งหน้า ให้ใส่ชุดนักเรียนตามเพศสภาพ และพูดในทะนองว่า ถ้าไม่พอใจให้ลาออกไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน มีรายงานว่า หลังจากมีการโพสต์ออกไปเกิดการวิพากษ์ วิจารณ์กันจำนวนมาก อีกทั้งหลายคนยังเข้าไปแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะการตำหนิ และดราม่าถล่มครูที่เป็นคนพูด รวมทั้งมีสื่อโซเชียลบางแห่งต่างพากันเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ และสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังทำให้หลายคนไม่สบายใจ เพราะมองว่าอาจเป็นการอบรมสั่งสอนและอาจเป็นการว่ากล่าวตักเตือนลูกศิษย์ แต่ครูกลับเจอกระแสดราม่าถล่มจนยับ และเกรงว่าต่อไปครูจะไม่กล้าอบรมสั่งสอนเด็กนักเรียน เพราะกลัวกระแสโซเชียลอีก

ทั้งนี้ ล่าสุดครูชายวัย 56 ปี (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ซึ่งเป็นครูฝ่ายปกครอง ได้ออกมาชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะเข้าแถวหน้าเสาธง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า ความตั้งใจจริงนั้นอยากที่จะอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี มีระเบียบวินัย และขอโทษนักเรียนหน้าเสาธง ที่อาจใช้คำพูดไม่เหมาะสม และยืนยันว่าไม่ได้ห้ามแต่งหน้า ไม่ได้ค้นกระเป๋า และไม่ได้ยึดเครื่องสำอางของนักเรียน

Advertisement

โดยครูชายฝ่ายปกครอง ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนเองอาจใช้คำพูดไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคำว่า “กะเทย” ซึ่งอาจทำให้กลุ่มนักเรียนไม่พอใจ แต่ก่อนพูดก็ได้ขออนุญาตว่าครูขอใช้คำนี้แล้ว ซึ่งเป็นการเรียกนักเรียนมาทำความเข้าใจและประชุมหาทางออกเรื่องระเบียบการแต่งกายร่วมกัน ส่วนคำที่บอกว่า “ถ้าไม่พอใจให้ลาออกไป” ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาพูดแบบนั้น แต่เป็นการพูดในลักษณะว่า หากกฎระเบียบของทางโรงเรียนเข้มงวดมากเกินไป ก็สามารถย้ายโรงเรียนได้ ทั้งหมดเป็นการอบรมสั่งสอน ไม่ได้มีเจตนาให้ลาออก วันนี้จึงมาทำความเข้าใจ และขอโทษนักเรียน โดยไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเสียศักดิ์ศรี เพราะอยากให้นักเรียนทั้งหมดกว่า 3,600 คนเข้าใจตรงกัน

ครูปกครอง ระบุอีกว่า จริงๆแล้วครูกับนักเรียนนั้นก็มีความผูกพันกัน ครูทุกคนก็เห็นนักเรียนเป็นลูก คอยอบรมสั่งสอนให้มีความรู้ เป็นคนดี ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ตนรับราชการครู และตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่เป็นครู และทำหน้าที่ฝ่ายปกครองของโรงเรียน ได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ได้ดิบได้ดีจบออกไปเป็นข้าราชการ มีงานทำ เป็นคนดีของสังคมหลายร้อย หลายพันคนแล้ว ซึ่งเรื่องการดุด่าว่ากล่าว ตักเตือนนักเรียนและลูกศิษย์ เป็นเรื่องธรรมดาของครูฝ่ายปกครอง แต่จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการลูกศิษย์เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีความโอบอ้อมอารี และมีระเบียบวินัย ไม่มีครูคนใดคิดร้ายกับลูกศิษย์ เหมือนกับกรณีนี้ตนก็อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนดี และมีระเบียบวินัยจึงได้ว่ากล่าวตักเตือน จึงอยากให้สังคม โดยเฉพาะโลกโซเชียลใช้สติในการศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน และให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย โดยเฉพาะการค้นกระเป๋าและยึดเครื่องสำอางนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ทำ และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งนี้แม้เสียกำลังใจเล็กน้อย แต่ก็จะทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดต่อไป

นางจารุวรรณ รัตนมาลี ผอ.โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

ขณะที่นางจารุวรรณ รัตนมาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ กล่าวว่า สำหรับระเบียบการแต่งกายนักเรียนนั้น ทางโรงเรียนก็ได้ยึดระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำมาปรับใช้ตามความเหมาะสมของโรงเรียน ซึ่งระเบียบการแต่งกาย และทรงผมก็มีทั้งการอนุญาตและยืดหยุ่นให้นักเรียนตามความเหมะสม โดยเฉพาะนักเรียนที่ทำกิจกรรม

นางจารุวรรณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนั้นทางโรงเรียนได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนแล้ว และทางครูก็ได้ออกมาชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีข้อมูลบางส่วนที่แชร์ออกไปเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่ทั้งหมดทั้งมวลยืนยันว่าทางคณะครูมีความตั้งใจที่จะอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี มีระเบียบวินัย

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดกระแสดราม่า ในส่วนของระเบียบการดูแลนักเรียน ฝ่ายบริหารของโรงเรียนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมลงประชามติ เรื่อง ระเบียบว่าด้วย การแต่งกายของนักเรียน เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และเหมาะสมกับทุกฝ่าย โดยจะถือเป็นแนวปฏิบัติของโรงเรียนร่วมกัน และยืนยันว่าครูทุกคนก็จะทำหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกศิษย์เต็มกำลังความสามารถต่อไป