หน้าแรก ภูมิภาค ผบช.ภ.5 สั่งพ...

ผบช.ภ.5 สั่งพลิกแผ่นดินไล่ล่า ‘เจ้เปิ้ล-สามี’ หลอกซื้อขายที่ดิน ‘เชียงใหม่-ลำพูน’

12.06.23 | 15:29 น.

ผบช.ภ.5 สั่งพลิกแผ่นดินไล่ล่า ‘เจ้เปิ้ล-สามี’ หลอกซื้อขายที่ดิน ‘เชียงใหม่-ลำพูน’

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้เสียหายให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว ‘เจ้เปิ้ล’ และสามี ผู้ต้องหาซึ่งได้ถูกออกหมายจับแล้ว

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดเหตุประมาณปลายปี 2564 – ต้นปี 2666 เจ้เปิ้ลและสามี ได้ให้นายหน้าไปหาซื้อที่ดินที่มีขนาดติดต่อกัน 10 ไร่ ขึ้นไป โดยไม่จำกัดพื้นที่ว่าจะสามารถขออนุญาตจัดสรรได้หรือไม่ เมื่อได้ที่ดินมาแล้ว เจ้เปิ้ลจะไปทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวกับเจ้าของ จากนั้นจะทำการจัดสรร ทำผังแปลง แล้วจ้างนายหน้าให้ทำการโฆษณาขายที่ดินแต่ละแปลง โดยมีการติดป้ายขาย ณ แปลงที่ดิน และมีการโฆษณาผ่านสื่อเฟซบุ๊ก และเพจขายอสังหริมทรัพย์ต่างๆ และยังโฆษณาด้วยว่าบุคคลต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินดังกล่าวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อผู้เสียหายสนใจซื้อ จะทำสัญญาจองแปลง 5,000 บาท จากนั้นนัดทำสัญญาและจ่ายเงินดาวน์ 30-50% ส่วนที่เหลือผ่อนจ่ายเป็นงวด รวม 36 งวด โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่เมื่อผู้ต้องหาได้เงินแล้ว ไม่นำไปชำระค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินยึดที่ดินคืนไม่สามารถโอนขายให้กับผู้เสียหายได้ โดยพื้นที่ที่เจ้เปิ้ลกับสามีดำเนินการนำมาจัดสรรนั้นอยู่ในพื้นที่ อ.สารภี อ.สันกำแพง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.ลำพูน รวมจำนวน 11 โครงการ ผู้เสียหายกว่า 400 ราย

Advertisement

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ได้รับทราบความเดือดร้อนของผู้เสียหายแล้ว พร้อมกันนี้ได้เรียกประชุมทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน และมอบหมายให้ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ 5 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด ให้ทำการสืบสวนสอบสวนและอายัดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อติดตามเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย

“จากการติดตามจับกุมผู้ต้องหานั้น ทราบว่าเวลานี้ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แต่ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งจะเร่งจับกุมตัวให้ได้ภายใน 15 วัน นอกจากนี้ได้ให้ทีมสืบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงกับพนักงานขาย ที่เป็นทีมงานของผู้ต้องหาด้วยอีกกว่า 10 รายว่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เนื่องจากยังพบว่ามีการนำรูปแบบวิธีการเดียวกันไปใช้ในหลายโครงการตามพื้นที่ต่างๆ ของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถ้าพบว่าเป็นการกระทำความผิดอาญา จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดทุกราย” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว