หนุ่มวัย 44 ช้ำรัก ภรรยามีสามีใหม่ ผูกคอจบชีวิตในบ้านพัก สุนัขตัวโปรด นอนเฝ้าศพไม่ห่าง

หนุ่มวัย 44 ช้ำรัก ภรรยา มีสามีใหม่ ผูกคอจบชีวิต ในบ้านพัก สุนัขตัวโปรดนอนเฝ้าศพไม่ห่าง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2566 ขณะที่ พ.ต.ท.ศิริชัย โพธิจักร สว. (สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุชายผูกคอตัวเองเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 103/1 จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี หน่วยกู้ชีพ อบต.หนองไฮ และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี รุดออกไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว

พบญาติพี่น้องผู้ตายและชาวบ้านมามุงดูศพ นายภัทรพงษ์ เชื้อโท หรือเจ้ย อายุ 44 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ใช้เสื้อแขนยาวสีส้มน้ำเงิน ผูกคอตัวเองเข้ากับเสาเพิงหลังคาครัวด้านหลังห้องน้ำ สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสามส่วนสีเทา ไม่สวมรองเท้า นอนหงายเสียชีวิตอยู่ที่พื้นมาประมาณ 1 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายและต่อสู้ โดยนางทองจันทร์ เชื้อโท อายุ 63 ปี แม่ผู้ตายได้จุดธูปบอกดวงวิญญาณของลูกชาย ที่บริเวณทางเข้าบ้าน ให้ไปสู่สุคติภพภูมิที่ดี เพราะชาตินี้หมดเวรหมดกรรมที่สร้างมาแล้ว

โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องจะมาถึง ได้มีเจ้าถั่วดำสุนัขเพศผู้ สีดำน้ำตาล อายุ 2 ปี เป็นสุนัขพันธุ์ไทยผสมร็อตไวเลอร์ นอนหมอบอยู่บริเวณเท้าผู้ตาย ที่เป็นเจ้านายของมัน โดยไม่ยอมห่างไปไหน หากใครที่มันไม่รู้จักและเคยเห็นหน้าตา มันจะจ้องมองด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร ญาติผู้ตายที่สนิทกันกับมัน จึงนำไปผูกไว้ข้างบ้าน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอตัวเอง ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ จึงมอบศพให้ญาติบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านพัก

Advertisement

นายประเสริฐ อายุ 44 ปี เพื่อนสนิทผู้ตายเล่าว่า ตอนเช้าวันนี้ตนและผู้ตายได้นั่งดื่มเหล้าขาวกันที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ผู้ตายก็บ่นว่าอยากตาย เพราะเมียชาวลาวไปมีสามีใหม่ที่ กทม. หลังเดินทางไปทำงานได้ 1 ปี และทุกครั้งที่กินเหล้าด้วยกัน เขาก็ชอบพูดว่าอยากผูกคอตายให้มันรู้แล้วรู้รอด เพราะรักเมียคนนี้มาก และหนักใจกับลูกชายคนเดียววัย 15 ปี ที่มีกับเมียคนนี้ ที่ชอบไปเที่ยวกับเพื่อน และไม่ค่อยไปเรียนหนังสือ ซึ่งตนก็ปลอบใจเพื่อนทุกครั้ง ให้อดทน เพราะตนก็ถูกเมียทิ้ง และไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำจริงๆ เมื่อเพื่อนจากไปแล้ว ตนก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะสงสารเพื่อนที่มีหัวอกเดียวกัน

นางทองจันทร์ แม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อก่อนลูกชายไม่ใช่คนกินเหล้าแบบนี้ หลังจากเมียชาว สปป.ลาว ที่ไปพบรักกันที่ กทม. ขณะลูกชายไปทำงานโรงงาน และมีพยานรักลูกชาย 1 คน ก่อนกลับมาอยู่บ้าน ทำงานรับจ้างทั่วไปด้วยกัน เช่น ปลูกมัน ตัดอ้อย และอยู่ด้วยกันมาเกือบ 20 ปี แต่เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ลูกสะใภ้ขอไปทำงานรับจ้างที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ กทม.

ส่งเงินมาให้สามีดูแลลูกไม่เคยขาด และมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปช่วงที่ลูกสะใภ้กลับมาเยี่ยมบ้าน ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ปีนี้ (2566) และโทรศัพท์มาด่าและทะเลาะเยาะเย้ยสามี ที่เป็นลูกชายคนโตของตน ว่าอยู่กับลูกชายตนไม่มีอนาคต ส่วนลูกชายตนก็ลืมอดีตเมียชาวลาวคนนี้ไม่ได้ เพราะรักมากและเป็นรักครั้งแรกของเขาก็ว่าได้

ก่อนเกิดเหตุลูกชายกลับมาบ้านด้วยอาการเมาเหล้าเล็กน้อย ตนจึงบอกว่าให้กินยารักษาอาการมือบวมตามหมอสั่ง เนื่องจากกินเหล้าเยอะ ก่อนเข้าไปมีปากเสียงกับลูกชายวัย 15 ปี เพราะไม่ยอมไปเรียนหนังสือเป็นสัปดาห์แล้ว ตนจึงออกไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ร้านค้าในหมู่บ้าน เพื่อจะมาต้มให้ลูกชายกินก่อนกินยา แต่เขาก็ไม่ยอมกัน ยังคงทะเลาะดุด่าสอนลูกชายอยู่ในบ้าน ตนจึงเดินออกจากบ้านไปเพราะรำคาญ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง กลับมาปรากฏว่าลูกชายตนใช้แขนเสื้อผู้คอตายกับเสาหลังคาครัวข้างห้องน้ำหลังบ้าน จึงรีบไปปลดลงเรียกญาติพี่น้องมาช่วยปั๊มหัวใจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

”ตั้งแต่ลูกชายตนรู้ว่าเมียไปมีคนใหม่และขอแยกทาง เขาก็หันไปพึ่งเหล้าขาวทุกวัน และเคยคิดสั้นผูกคอตายที่ครัวหลังบ้านมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เพื่อนและญาติมาเห็นเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน กระทั่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม และเป็นครั้งที่สมใจของลูกชายที่อยากจะตายหนีปัญหามารหัวใจ และปัญหาลูกชายเกเร เขาเคยพูดว่า หากเมียชาวลาวคนนี้ไม่กลับมาอยู่ด้วยกัน เขาจะผูกคอตาย เพราะทำใจไม่ได้ที่เมียสุดที่รักไปอยู่กับชายอื่น ตนก็เคยปลอบใจลูกชายว่า ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวแม่จะหาให้ใหม่ เอาคนสวยๆ นิสัยดีๆ ในหมู่บ้านเรา แต่ลูกชายก็ไม่ยอม เพราะลืมรักครั้งแรกกับเมียคนลาวไม่ได้ จึงคิดสั้นจากโลกไปด้วยการผูกคอตัวเอง และจะทำการฌาปนกิจศพในช่วงบ่ายวันพุธที่จะถึงนี้”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image