‘ปลัด อ.บางบัวทอง’ ตรวจบ้านมั่นคงไม่ตรงปก ชาวบ้านแฉปัญหาเพียบผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ

13.06.23 | 15:05 น.

“ปลัดอ.บางบัวทอง” ลงพื้นที่บ้านมั่นคงไม่ตรงปก ชาวบ้านแฉปัญหาเพียบ ผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ สุดท้ายต้องปิดสหกรณ์ไปต่อไม่ได้ เงินต้นหาย ส่วน กก.ชุดเก่าหายตัว 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 มิถุนายน นายยศวัฒน์ คงมี ปลัดอาวุโสอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทองอำนาจ กำนันตำบลบางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคง ที่สร้างเป็นเพียงเพิงพักสังกะสี คล้ายห้องแถวคนงานก่อสร้าง ที่บริเวณหมู่ 8 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และร่วมพูดคุยกับ นายถนอมจิตร ถินมาลีอายุ 59 ปี ตัวแทนชาวบ้านเพื่อรับทราบปัญหา

นายยศวัฒน์กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าประชาชนในพื้นที่หมู่ 8 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากที่อยู่อาศัย ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางบัวทอง โดยนายอำเภอบางบัวทองได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากที่อยู่อาศัยในด้านความเป็นอยู่ เนื่องจากมีการตั้งกลุ่มสหกรณ์แล้วมีการเปลี่ยนคณะกรรมการ การบริหารของคณะกรรมการชุดเก่าและชุดใหม่ ไม่มีการพูดคุยกัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

นายยศวัฒน์กล่าวว่า ที่ดินตรงนี้ได้มีการใช้งบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อปี 2562 ซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน หลังจากนั้นในปี 63 กรรมการชุดเก่าได้มีการมาก่อสร้าง ที่พักชั่วคราวเป็นเพิงสังกะสีและทางชุมชนตลาดเก่าก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ประมาณ 30 กว่าครัวเรือน แต่ทางกลุ่มสหกรณ์มีการส่งเงินอยู่ตลอด ประมาณ 10% จำนวน 100 กว่าคน แต่ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด19 ไม่ได้พูดคุยหารือกัน เลยไม่ได้มีการประชุมร่วมกันอีกเลย

Advertisement

นายยศวัฒน์ กล่าวอีกว่า จนถึงทุกวันนี้ในส่วนของที่อยู่อาศัยก็ยังอยู่กันเหมือนเดิม คือยังเป็นเพิงสังกะสี ไม่มีการก่อสร้างพัฒนาอะไรเพิ่มเติม ในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางบัวทอง ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อมาช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเขาประชาชน รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาใหม่

นายสุพจน์ ทองอำนาจ กำนันตำบลบางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ปัญหาเป็นเพราะกรรมการชุดเก่าขาดการบริหารงานที่ดี ทำให้กลุ่มขาดความศรัทธา เมื่อขาดศรัทธาความเชื่อมั่น คนเขาก็เริ่มทยอยไม่ส่งเงิน พอไม่ส่งเงินทุกอย่างก็เริ่มขาดแล้ว ทุกอย่างเริ่มจากความศรัทธาและโปร่งใส แล้วทุกอย่างก็จบเหมือนงูกินหาง พอขาดความเชื่อมั่นทุกอย่างก็ไปหมด พอปัญหาเกิดขึ้น ช่วงระยะหลังคนก็เริ่มทยอยออกไม่ส่งเงินเข้าใหกรณ์ ประธานเลยได้เสนอให้แก้ปัญหาด้วยการปิดโครงการ โดยมีการยุบสหกรณ์ ซึ่งไม่แน่ใจว่าแต่ชาวบ้านรู้หรือไม่ว่ามีการยุบสหกรณ์ เท่ากับปิดยกเลิกโครงการ ไปเลย

“ตอนที่มีการปิดโครงการนั้น คณะกรรมการชุดที่ 2 เป็นผู้ปิด เพราะกรรมการชุดที่ 1 หมดสภาพไปแล้ว อีกทั้งเมื่อกรรมการชุดที่ 2 เข้ามาแม้จะตั้งใจทำงาน แต่เนื่องจากคณะกรรมการชุดเก่าไม่ส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ คณะกรรมการชุดใหม่ก็ไปต่อไม่ได้ ชาวบ้านก็สงสัยว่าจะไปไม่รอดก็พากันหายหมด ส่วนที่ยังอยู่ตรงนี้เพราะเขาไม่มีที่ไป”

นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า เป็นปัญหาความซ้ำซ้อนของการถูกหลอก โดนไล่จากตรงโน้นมาแล้ว มาโดนตรงนี้อีก คนจนโดนซ้ำซาก ถามว่าจะแก้ปัญหาทำอย่างไร ก็ต้องรื้อฟื้นทำสหกรณ์ใหม่ เอาสมาชิกมาเพิ่มจัดประชุมกันใหม่ ส่วนคดีที่ปิดบัญชีไม่ได้ก็ว่ากันไป และหากสมาชิกไม่พอก็เอามาจากชุมชนในตำบลที่ถูกไล่ที่ ที่บุกรุกที่ต่างๆไปประชาสัมพันธ์ให้เขามารวมกลุ่มกันตรงนี้ ก็จะสามารถแก้ปัญหาชุมชนแออัดในตำบลได้ด้วย

ด้านนายถนอมจิตร ถินมาลี อายุ 59 ปี กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากกรรมการชุดเก่าไม่ได้ส่งเอกสารต่างๆให้กรรมการชุดใหม่ รวมทั้งเอกสารทางบัญชี เช่น การใช้จ่ายเงิน ที่มาที่ไปของเงิน บัญชีก็ไม่มาชี้แจงรายรับรายจ่าย ซึ่งตรงนี้มีผู้อาศัยอยู่ทั้งหมด 127 ราย ก็มีทั้งส่งเงินบ้างและไม่ส่งบ้างเพราะความไม่ไว้ใจ แม้ว่าในช่วงแรกจะส่งกันทุกคน เพราะมีประชุมกันทุกเดือน โดยส่งแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ส่วนมากจะส่งเดือนละ 900 บาท ส่งเฉพาะค่าที่ดิน ค่าบ้านยังไม่ส่งบางคนก็ส่งค่าบ้านด้วย รวมแล้วบางคนส่งไปแสนกว่าบาทของตนส่งไปแล้ว 8 หมื่นกว่าบาท ส่วนที่ดินต้องส่งเดือนละ 1,200-1,300 บาท ในช่วงแรกที่ตั้งสหกรณ์ แต่พอปีที่ติดโควิดก็ไม่มีประชุม 2-3 ปี ก็ส่งเงินบ้างไม่ส่งบ้างจนสหกรณ์ล้มลง

นายถนอมจิตรกล่าวว่า ที่ก่อสร้างเพิงพักแห่งนี้เป็นเงินกองทุนที่เขามาสร้างให้ เพื่อว่าจะได้มีเงินเข้าสมทบมากขึ้นเพราะไม่ต้องไปเช่าบ้านอยู่ เดิมที่ประชุมกัน บ้านจะต้องเป็นเสาปูนแต่พอมาทำก็เป็นลักษณะทางสังกะสี ตอนแรกที่เข้ามาอยู่ฝนตกก็เปียกกันหมดเพราะหลังคารั่ว อยู่กันไม่ได้ ต้องไปหาซื้อซิลิโคนมาอุดกันเอง และหากเกิดฝนตกลมแรงอยู่กันไม่ได้หลังคาหลุดม้วนกันไปเป็นแถบๆ

“กลุ่มไม่มีปัญญาที่หาเงินมาสร้างบ้านบนที่ดินตรงนี้ บางคนไม่มีอะไรเลยต้องไปกู้เงินเขามาส่งค่าที่ดินดอกร้อยละ 20 เพราะหากเดือนไหนไม่ส่งจะถูกปรับวันละ 200 บาท”

นายถนอมจิตรกล่าวว่า ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาไม่มีการประชุมกันแต่ยอดเงินหาย ช่วงแรกตนออมเดือนละ 3,000-4,000 บาท บางเดือนก็ 5,000 บาท เพราะอยากได้บ้านเร็วๆ บางคนไม่ส่งเงินออม เพราะดูแล้วไม่มีทางที่จะไปต่อได้ ความสำเร็จไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะขาดความเชื่อมั่นและส่งเงินไปก็ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน บางคนส่งไปแสนสองแสนถามว่ายอดเงินยังเหลืออยู่ไหม หากโครงการเริ่มขึ้นเอาแค่มีการตอกเสาเข็มว่าโครงการขึ้นแล้ว คนก็จะเชื่อมั่นไม่มีใครทิ้ง

นางอรุณศรี สุตนาม อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ นำโพยบัญชีฝากเงินกับสหกรณ์ ให้กับผู้สื่อข่าวดู และกล่าวว่า เมื่อดูบัญชีพบว่าเงินหายไป ทั้งๆ ที่ไม่เคยถอน เพราะตัวเป็นๆ ยืนอยู่ตรงนี้แต่ในบัญชีกลับบอกว่ามีการถอนเงินออกไป 50,000 กว่าบาท ก็สงสัย ตามบัญชีรายชื่อนี้มีการถอนเงินออกไปจริงหรือเปล่า เพราะเงินที่ถอนไปเป็นจำนวนเยอะมาก ป้าฝากไปประมาณ 150,000 บาท เบิกถอนไป 56,000 บาท แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ไปเบิกเงินเลย บัญชีนี้ไม่มีใครรู้ว่าได้มา เพราะบัญชีนี้เขาไม่ได้ให้ลูกบ้าน เขาเอาไปซ่อนก็ไปค้นเจอพอดี และประธานก็ไม่มานานแล้ว ประธานเขาก็พูดตลอดว่าเขาไม่ได้โกง เราก็ไม่ได้ว่าเขาโกง แค่อยากให้เขามาเคลียร์ว่ามันจริงไหมคนที่เอาเงินไป ตอนนี้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อยากให้เขามาดำเนินการ เพราะไม่มีที่จะไป