‘เศรษฐา’ เผยนักลงทุนทั่วโลกกังวลการเมืองไทย ห่วงสุญญากาศตั้งรัฐบาลใหม่ ลงทุนชะงัก
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับนักลงทุนกว่า 80 กองทุนจากทั่วโลก ทั้งจากประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น อังกฤษ สหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทย จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด
โดยตนเป็นผู้ให้ข้อมูลซึ่งในที่ประชุมนักลงทุนสอบถามถึงสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายรัฐบาลชุดใหม่เป็นหลัก ซึ่งตนได้ชี้แจงว่าทางพรรคเพื่อไทยอยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็วที่สุด โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำและมีคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อประเทศและเศรษฐกิจจะได้เดินไปข้างหน้าได้ เนื่องจากนักลงทุนมีความเป็นห่วงและกังวล เรื่องของช่วงสุญญากาศที่ยังไม่มีรัฐบาล ทำให้การลงทุนหยุดชะงัก
นายเศรษฐากล่าวว่า ทางนักลงทุนต่างชาติอยากให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าจะมาลงทุนหรือไม่ลงทุน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งการลงทุนที่สำคัญ แต่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีคู่แข่งทั้งประเทศอินโดนีเซียกับเวียดนาม ซึ่งเขาก็อยากได้ต่างชาติตั้งโรงงานในประเทศเขา ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องระมัดระวังตรงนี้ ถ้าเกิดไม่รีบตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง หรือถ้าตั้งรัฐบาลช้าไปประเทศเพื่อนบ้านจะมาแย่งการลงทุนไป ทำให้เศรษฐกิจเราไม่ดีได้
“นักลงทุนค่อนข้างกังวลมากเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า การประท้วงถ้าหากผลออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งนักลงทุนก็เป็นห่วงแต่ผมก็บอกว่าประเทศไทย จริงๆ แล้วอยากให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด โดยให้พรรคก้าวไกลในฐานะแกนนำรีบออกนโยบายมาร่วมกับเราโดยเร็ว
ไม่อยากมีช่วงสุญญากาศเกิดขึ้น และอยากให้เราได้เริ่มการบริหารจัดการประเทศโดยเร็ว และเขาก็ถามตัวผมว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยไหม ผมบอกว่าหน้าที่ผมคืออยู่ในพรรคเพื่อไทย ทำเรื่องการบริหารจัดการพรรคให้ดีและเพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวว่า นอกจากนี้ นักลงทุนยังถามว่า คิดว่า ส.ว.จะโหวตให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ผมอธิบายว่า ตามหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทาง ส.ว.ควรที่จะโหวตตามฉันทามติ เพราะถือเป็นกระจกสะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมไม่ได้คุยกับ ส.ว.แต่ผมก็พูดตามหลักการเท่านั้นเอง เพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้
นายเศรษฐากล่าวว่า หากการเมืองนิ่ง จะทำให้ตลาดทุนที่มูลค่าและปริมาณหุ้นที่เทรดกันค่อนข้างบางตาขณะนี้ เชื่อว่าจะทำให้ไหลเข้ามาอีกมาก ซึ่งภาคเอกชนไทยถือว่าแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ ยังมีสอบถามถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผมได้ตอบไปว่าจีดีพีของประเทศที่เติบโตมาก จะทำให้ธุรกิจอสังหาฯเติบโตไปด้วย ดังนั้นสิ่งเดียว คือ ขอให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ว่ายังไงธุรกิจอสังหาฯก็เติบโตอยู่แล้ว
“จากการสอบถามของนักลงทุนวันนี้ กังวลเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะเป็นเรื่องเดียวที่ฉุดรั้งประเทศไว้ และถามว่าจะล่าช้าถึงเมื่อไหร่ถึงสิ้นปีหรือไม่ ผมก็บอกว่าทุกวัน มันมีเรื่องเปลี่ยนแปลง ถ้าถามผมเมื่อ 3-4 วันที่แล้ว มันก็อาจจะเร็วกว่านี้ แต่ถ้าถามผมวันนี้มันก็อาจจะดีเลย์ไปอีก ผมไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ทุกคนรู้อยู่ว่ามีประเด็นอะไรกันบ้าง
ซึ่งทุกวันมีข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ยิ่งมีข้อมูลมาก ตัวแปรจะเยอะขึ้น ความผันผวน ความไม่แน่นอนของตลาดจะเพิ่มขึ้นด้วย ก็เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่า เรื่องการลงทุนผมมองว่าโดยพื้นฐานของประเทศไทยดีอยู่แล้ว ขอให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวว่า อีกทั้งยังสอบถามเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ผมบอกไปว่าไร้สาระ เพราะเรามีการเลือกตั้งอยู่แล้วและมีพรรคการเมืองที่ถูกต้องและได้คะแนนที่สูงมาก ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ เพราะรัฐบาลแห่งชาติเป็นตัวปัญหา รวมถึงยังถามว่าถ้าหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาลและคุณพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมบอกว่าทั้ง 8 พรรคแสดงเจตจำนงแล้วว่าจะอยู่ร่วมกันทำงานต่อไป

