หน้าแรก ภูมิภาค โจรใจบาป! ทุบ...

โจรใจบาป! ทุบเสมาโบสถ์ ขโมยพระเครื่อง-ของมีค่า จี้ตำรวจเร่งจับตัวคนร้าย

22.06.23 | 17:13 น.

โจรใจบาป! ทุบเสมาโบสถ์ ขโมยพระเครื่อง-ของมีค่า จี้ตำรวจเร่งจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ “วัดวังหันน้ำดึง” ม.5 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร โดยผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านได้พาไปดูบริเวณซุ้มเสมาครอบลูกนิมิตข้างโบสถ์ฝั่งตะวันออก ที่ถูกมือดีทุบทำลายเสียหายถึง 2 จุด และขโมยวัตถุมงคลและของมีค่าที่ถูกบรรจุไว้ภายในไป ซึ่งภายในมีทั้ง พระซุ้มกอ พระนางพญา พระหลวงพ่อโต ที่ถูกนำมาบรรจุไว้ในพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต เมื่อปี 2553 ที่มีชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพตัดหวายและผูกพัทธสีมา โดยเจ้าภาพแต่ละรายจะนำวัตถุมงคลเข้ามาบรรจุไว้ตามความเชื่อและความศรัทธาจำนวนมาก

สำหรับอุโบสถหลังนี้นั้น ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนกิจทางสงฆ์ในการบวชพระและพิธีต่างๆ ทางศาสนาร่วมกัน จำนวนกว่า 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.5, ม.12, ม.14 และ ม.16 ส่วนซุ้มเสมาที่ถูกทุบทำลายนั้นมีเจ้าภาพคือครอบครัวของ “อดีดกำนัน เฉลย อยู่ปาน” เป็นเจ้าภาพในการจัดสร้าง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ขณะที่ชาวบ้านที่เข้ามาดูร่องรอยความเสียหายต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก อยู่กันมาหลายปีไม่เคยมีเหตุการณ์หรือใครเข้ามาทำแบบนี้ ขอสาปแช่งคนร้ายให้ได้รับกรรมที่ก่อ และขอพรหลวงพ่อโต ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ และหากคนร้ายมาขอขมา ก็จะไม่มีวันยกโทษหรืออโหสิกรรมให้เด็ดขาด

Advertisement

นายบุญชู เอี่ยมสอาด อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านคลองเจริญ ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เล่าว่า ช่วงบ่ายของวันที่ 18 มิถุนายน 2566 มีงานบวชพระในวัดดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างยังปกติอยู่ จนกระทั่ง เช้าของวันที่ 19 มิถุนายน 2566 เจ้าอาวาสวัดได้เข้ามาตรวจความเรียบร้อยบริเวณอุโบสถ พบว่า ซุ้มเสมาครอบลูกนิมิตถูกคนร้ายทุบทำลายและขโมยเอาทรัพย์สินไป ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบ และเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนเองก็ตั้งข้อสงสัยว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะต้องทราบดีว่าลูกนิมิตดังกล่าว มีใครเป็นเจ้าภาพได้นำทรัพย์สินมาบรรจุไว้ เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก อยากให้นำตัวมาดำเนินคดีให้ได้

ขณะที่ นายวิโรจน์ มั่นยา หรือ อบต.เล็ก อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 5 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวถึงคนร้ายว่า ทำไปแล้วมันได้อะไร ดูแล้วมันก็ไม่มีอะไร โบสถ์ก็เป็นของใหม่ ชาวบ้านก็เสียความรู้สึก ความศรัทธา ตนมองว่าสังคมตอนนี้เหมือนคนไม่กลัวบาปกรรม คนที่ทำคงคิดว่าในเสมานั้นมีของมีค่า เพราะหลุมเสมาที่ฝังลูกนิมิตที่ถูกทุบนี้ มีชื่อเจ้าภาพติดไว้ซึ่งเป็นนามสกุลของคนมีฐานะภายในหมู่บ้าน คนร้ายคงอาจรู้จักหรือเป็นคนภายในหมู่บ้าน

ส่วนทางด้านนางจำเรียง จันทร์ปี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/2 ม.5 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าว่า ตนเองกังวลใจอย่างมากที่ซุ้มครอบเสมาของอุโบสถของวัดถูกทำลาย กลัวว่าจะไม่สามารถทำการบรรพชาอุปสมบทตามพิธีของศาสนาได้สมบูรณ์ ยอมรับว่าสะเทือนใจกับชาวพุทธมาก คนที่ทำแบบนี้ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อแรงศรัทราของชาวบ้านอยากให้ตำรวจจับตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของชาวบ้านที่เข้าสังเกตการณ์นั้นต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และสาปแช่งพร้อมทั้งอธิษฐานจิตขอพรหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดให้จับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้