โต้กันยับ ฝ่ายชายแจงเหตุแจ้งความ ‘อดีตภรรยา’ ยักยอกทรัพย์ กล่าวหามีชู้ ฝ่ายหญิงลั่นไม่จริง

โต้กันยับ…ฝ่ายชายแจงเหตุแจ้งความ ‘อดีตภรรยา’ ยักยอกทรัพย์ กล่าวหามีชู้ ฝ่ายหญิงโต้ไม่จริง สัญญาที่บอกให้เก็บเงินให้ก็ไม่มีจริง

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.ตรีรกา หรือ น้อย อายุ 36 ปี ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนสื่อมวลชนหลังถูก นายนิกร หรือ กร อายุ 49 ปี สามีที่แต่งงานกันตั้งแต่ พ.ศ.2560 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แจ้งความยักยอกทรัพย์ พร้อมเรียกเอาเงินที่ส่งมาจากต่างประเทศรวม 37 เดือน เป็นเงิน 720,000 บาท คืนทั้งหมด นอกจากนี้ ฝ่ายชายยังมีแฟนใหม่และไปอยู่กินกันที่ จ.สกลนคร แล้วนั้น

หลังตกเป็นข่าว ชาวบ้านต่างออกมาแสดงความเห็นใจและถือเป็นเรื่องแปลกของหมู่บ้าน เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารับแจ้งความได้อย่างไร บางคนพูดถึงขนาดว่ามีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้รับแจ้งความหรือไม่

ขณะที่ น.ส.ตรีรกา ถึงกับจุดธูปหน้าศาลพระภูมิหน้าบ้านเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เรื่องร้ายผ่านพ้นไปในทิศทางที่ดี เพราะครอบครัวไม่มีเงิน ขณะที่บ้านนายนิกรปิดเงียบ ไม่มีใครอยู่บ้าน (พ่อแม่ฝ่ายชายเสียชีวิตแล้ว)

Advertisement

นายสุขุม อายุ 64 ปี พ่อ น.ส.น้อย กล่าวว่า เห็นใจลูกสาว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ทั้งที่เป็นการส่งเสียภรรยาทางบ้าน ยอมรับว่าลูกเขยใจดำเกินไป กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำกันเหมือนไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไปเจอกันที่สถานีตำรวจไม่สนใจพ่อตาแม้แต่จะมองหน้า

ด้าน นายพิเดช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านหนองม่วง ต.ละลวด ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า บ้านทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึง 200 เมตร วันแต่งงานตนได้ไปร่วมงานด้วย ถึงแม้จะเป็นการแต่งแบบเรียบง่าย แต่ก็ใหญ่โต มีชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ผู้ใหญ่บ้านระบุว่า ส่วนตัวไม่อยากจะให้เรื่องนี้บานปลาย เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน อยากให้มาพูดคุยกัน เท่าที่เห็นฝ่ายหญิงไม่เคยทำตัวไม่ดีตอนที่สามีอยู่ต่างประเทศ แต่ส่วนลึกๆ ยอมรับปัญหาของทั้งสองคนไม่มีใครรู้

นายพิเดช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1

ล่าสุด นายนิกร เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า สาเหตุที่ไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะฝ่ายหญิงไม่ทำตามสัญญาที่คุยกันไว้ เงินที่ส่งมาให้เดือนละ 30,000-40,000 บาท ให้เก็บเอาไว้ในบัญชีธนาคารเดือนละ 20,000 บาท แต่เมื่อกลับถึงเมืองไทยกลับไม่พบเงินในบัญชีที่ตนคิดว่าน่าจะมีประมาณ 720,000 บาท

สาเหตุที่เลิกกันเพราะหลังจากตนไปทำงานได้ไม่ถึง 1 ปี ได้มีเสียงนินทาว่าภรรยาแอบไปมีชายอื่น จึงไปเอารถยนต์ซึ่งเป็นชื่อของตนเองกลับมาบ้าน แล้วตัดความสัมพันธ์ ส่วนภรรยาใหม่ก็เพิ่งเจอกันตอนกลับมาเมืองไทยแล้วตกลงอยู่กินกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อสอบถาม น.ส.ตรีรกา ถึงเรื่องดังกล่าว ได้รับคำตอบว่าไม่เคยทำสัญญาซึ่งกันและกันว่าจะเก็บไว้ให้เดือนละ 20,000 บาท สามีบอกแค่ให้ส่งงวดรถเดือนละ 8,526 บาทเท่านั้น ที่เหลือเก็บไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัว

น.ส.ตรีรกากล่าวว่า กรณีที่อดีตสามีบอกว่าให้แยกบัญชีธนาคารไว้เก็บเงินนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะตอนออกรถจำเป็นต้องเปิดบัญชี เพราะเป็นธนาคารคู่สัญญาผ่อนจ่ายค่างวดรถ ดังนั้น ถ้าจะให้เก็บเงินให้ทำไมไม่เปิดบัญชีฝากประจำไว้ ตนก็จะเก็บไว้ให้ ส่วนเรื่องผู้ชายที่สามีออกมากล่าวหานั้น “เอาอะไรมาพูด?”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image