‘บิ๊กจ๊อด’ ตรวจเยี่ยมการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ บนเรือสำราญ Spectrum of the Seas สร้างความมั่นใจท่องเที่ยว

‘บิ๊กจ๊อด’ ตรวจเยี่ยมการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ บนเรือสำราญ Spectrum of the Seas สร้างความมั่นใจท่องเที่ยว และความปลอดภัยตามมาตรฐาน IMO

ที่จ.ภูเก็ต พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับชมการสาธิตการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ (MEDIVAC Pre-Exercise) โดยมีผู้แทนจากกรมเจ้าท่า สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) กระทรวงคมนาคม บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สมาคมธุรกิจเรือสำราญไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท รอยัล คาริเบียน อินเทอร์เนชันแนล (Royal Caribbean International) และเรือ Spectrum of the Sea

ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ ศรชล. เป็นหน่วยในการบูรณาการการปฏิบัติของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ที่กลับมาให้บริการอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันพบว่ามีเรือสำราญเข้ามาในประเทศทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย จำนวน 83 เที่ยว นำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศกว่า 310,000 คน สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1,800 ล้านบาท โดย ศรชล. ได้บันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวลงในระบบ Big Data เพื่อประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยและการช่วยเหลือด้านการแพทย์ให้กับนักท่องเที่ยวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

Advertisement

โดยในห้วงที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ศรชล.ได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลหลายครั้งและถือได้ว่าเป็นผลงานเชิงประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในทะเลได้อย่างทันท่วงที ในทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะผู้ตรวจประเมินประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศภาคบังคับ (IMO Member State Audit Scheme, IMSAS) ได้เดินทางมาตรวจและรายงานผลการตรวจประเมินฯ โดยชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบการปฏิบัติงานด้านการขนส่งทางน้ำที่โดดเด่น มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางน้ำ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ มีสิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข (Findings) คือ ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยที่ทำการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลสำหรับเหตุการณ์บนเรือโดยสารขนาดใหญ่ รวมทั้งยังไม่มีการจัดทำแผนความร่วมมือ (SAR Cooperation Plan) และการฝึกซ้อมกับเรือโดยสารเพื่อทดสอบประสิทธิภาพด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ซึ่งคณะอนุกรรมการการจัดทำและขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศของ IMO ได้กำหนดให้ ศรชล. และ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการด้านการค้นหาและช่วยเหลือเรือโดยสาร โดยปัจจุบัน ศรชล. ได้จัดทำแผนฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว



การฝึก Medivac ในวันนี้ จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติเพื่อให้แผนฯ ดังกล่าว มีความครบถ้วนสมบรูณ์ โดยผลการฝึกฯ ครั้งนี้ นอกจากจะรวมรวมและเสนอไปยังคณะผู้ตรวจประเมินฯ เพื่อให้ทราบถึงการปรับปรุงแล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันและแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

“ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน”

‘บิ๊กจ๊อด’ตรวจเยี่ยมการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ (MEDIVAC Pre-Exercise) บนเรือสำราญ Spectrum of the Seas สร้างความมั่นใจท่องเที่ยว และความปลอดภัยตามมาตรฐาน IMO

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่จ.ภูเก็ต พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับชมการสาธิตการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ (MEDIVAC Pre-Exercise) โดยมีผู้แทนจากกรมเจ้าท่า สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) กระทรวงคมนาคม บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สมาคมธุรกิจเรือสำราญไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท รอยัล คาริเบียน อินเทอร์เนชันแนล (Royal Caribbean International) และเรือ Spectrum of the Sea

ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ ศรชล. เป็นหน่วยในการบูรณาการการปฏิบัติของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ที่กลับมาให้บริการอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันพบว่ามีเรือสำราญเข้ามาในประเทศทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย จำนวน 83 เที่ยว นำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศกว่า 310,000 คน สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1,800 ล้านบาท โดย ศรชล. ได้บันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวลงในระบบ Big Data เพื่อประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยและการช่วยเหลือด้านการแพทย์ให้กับนักท่องเที่ยวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

โดยในห้วงที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ศรชล.ได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลหลายครั้งและถือได้ว่าเป็นผลงานเชิงประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในทะเลได้อย่างทันท่วงที ในทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะผู้ตรวจประเมินประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศภาคบังคับ (IMO Member State Audit Scheme, IMSAS) ได้เดินทางมาตรวจและรายงานผลการตรวจประเมินฯ โดยชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบการปฏิบัติงานด้านการขนส่งทางน้ำที่โดดเด่น มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางน้ำ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ มีสิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข (Findings) คือ ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยที่ทำการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลสำหรับเหตุการณ์บนเรือโดยสารขนาดใหญ่ รวมทั้งยังไม่มีการจัดทำแผนความร่วมมือ (SAR Cooperation Plan) และการฝึกซ้อมกับเรือโดยสารเพื่อทดสอบประสิทธิภาพด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ซึ่งคณะอนุกรรมการการจัดทำและขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศของ IMO ได้กำหนดให้ ศรชล. และ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการด้านการค้นหาและช่วยเหลือเรือโดยสาร โดยปัจจุบัน ศรชล. ได้จัดทำแผนฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว



การฝึก Medivac ในวันนี้ จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติเพื่อให้แผนฯ ดังกล่าว มีความครบถ้วนสมบรูณ์ โดยผลการฝึกฯ ครั้งนี้ นอกจากจะรวมรวมและเสนอไปยังคณะผู้ตรวจประเมินฯ เพื่อให้ทราบถึงการปรับปรุงแล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันและแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

“ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน”

‘บิ๊กจ๊อด’ตรวจเยี่ยมการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ (MEDIVAC Pre-Exercise) บนเรือสำราญ Spectrum of the Seas สร้างความมั่นใจท่องเที่ยว และความปลอดภัยตามมาตรฐาน IMO

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่จ.ภูเก็ต พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับชมการสาธิตการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ (MEDIVAC Pre-Exercise) โดยมีผู้แทนจากกรมเจ้าท่า สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) กระทรวงคมนาคม บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สมาคมธุรกิจเรือสำราญไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท รอยัล คาริเบียน อินเทอร์เนชันแนล (Royal Caribbean International) และเรือ Spectrum of the Sea

ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ ศรชล. เป็นหน่วยในการบูรณาการการปฏิบัติของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ที่กลับมาให้บริการอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันพบว่ามีเรือสำราญเข้ามาในประเทศทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย จำนวน 83 เที่ยว นำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศกว่า 310,000 คน สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1,800 ล้านบาท โดย ศรชล. ได้บันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวลงในระบบ Big Data เพื่อประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยและการช่วยเหลือด้านการแพทย์ให้กับนักท่องเที่ยวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

โดยในห้วงที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ศรชล.ได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลหลายครั้งและถือได้ว่าเป็นผลงานเชิงประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในทะเลได้อย่างทันท่วงที ในทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะผู้ตรวจประเมินประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศภาคบังคับ (IMO Member State Audit Scheme, IMSAS) ได้เดินทางมาตรวจและรายงานผลการตรวจประเมินฯ โดยชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบการปฏิบัติงานด้านการขนส่งทางน้ำที่โดดเด่น มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางน้ำ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ มีสิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข (Findings) คือ ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยที่ทำการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลสำหรับเหตุการณ์บนเรือโดยสารขนาดใหญ่ รวมทั้งยังไม่มีการจัดทำแผนความร่วมมือ (SAR Cooperation Plan) และการฝึกซ้อมกับเรือโดยสารเพื่อทดสอบประสิทธิภาพด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ซึ่งคณะอนุกรรมการการจัดทำและขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศของ IMO ได้กำหนดให้ ศรชล. และ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการด้านการค้นหาและช่วยเหลือเรือโดยสาร โดยปัจจุบัน ศรชล. ได้จัดทำแผนฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

การฝึก Medivac ในวันนี้ จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติเพื่อให้แผนฯ ดังกล่าว มีความครบถ้วนสมบรูณ์ โดยผลการฝึกฯ ครั้งนี้ นอกจากจะรวมรวมและเสนอไปยังคณะผู้ตรวจประเมินฯ เพื่อให้ทราบถึงการปรับปรุงแล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันและแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image