ตามหาคู่รักวัย 21 ทิ้งลูก 3 เดือนให้ยายวัย 81 เลี้ยง สร้างหนี้สารพัด สิ้นเดือนนี้ไม่มาจะแจ้ง ตร.

ตามหาคู่รักวัย 21 ทิ้งลูก 3 เดือน ให้ยายวัย 81 เลี้ยง แถมสร้างหนี้สารพัด เผยสิ้นเดือนนี้ไม่มาจะแจ้ง ตร.

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6” ประกาศ ตามหาพ่อแม่เด็กน้อยวัย 3 เดือน ที่หายตัวไป ทิ้งลูกให้อยู่กับยายวัย 81 ปีเลี้ยงดูเพียงลำพัง พร้อมแนบภาพคู่รัก ซึ่งเป็นพ่อแม่เด็กให้โลกโซเชียลร่วมกันตามหานั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลจนทราบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งทารกน้อยวัย 3 เดือนที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้อยู่ในความดูแลของ ยายลา อายุ 81 ปี พักอยู่ที่หมู่ 8 ต.ทับกฤช อ.ชุมแสง จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าบ้านของยายลาเป็นบ้านของหลานสาว เปิดเป็นร้านคาร์แคร์เล็กๆ ส่วนยายลา ทราบว่าหลานสาวให้มาอาศัยด้วย โดยยายลาอาศัยอยู่ในห้องพักของอดีตพนักงานบริเวณข้างบ้าน กำลังเลี้ยงดูหลานชายวัย 3 เดือน ที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในมุ้งเด็ก

Advertisement
พ่อแม่เด็กอายุ 21 ทั้งคู่

ยายลาให้ข้อมูลว่า หลานชายวัย 3 เดือน เป็นลูกที่เกิดกับ น.ส.เยาวเรศ อายุ 21 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็น “ลูกเลี้ยง” ที่ตนขอรับลูกจากสามีเก่าซึ่งไปมีภรรยาใหม่มาเลี้ยงดูไว้ ได้ส่งเสีย น.ส.เยาวเรศ ให้เรียนหนังสือก่อนเขาจะไปมีสามีชื่อ นายสรนัส อายุ 21 ปี แล้วท้องมีลูกด้วยกัน จากนั้นทั้งคู่มาอยู่กินในบ้านของตน ซึ่งก็เพิ่งจะคลอดลูกไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566

“ชีวิตที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเงินใช้ แต่ก็พยายามเลี้ยงดู ส่งเสียให้ น.ส.เยาวเรศได้เรียนสูงๆ เพื่อหวังจะให้ทำงานดีๆ และมาเลี้ยงดูฉันในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เปล่าเลย เขาไม่เรียน วันๆ ติดเพื่อน เอาแต่ไปเที่ยว ไม่ยอมเรียนหนังสือ แถมยังคอยล้างผลาญเงินทองของฉันอยู่ตลอด จนวันหนึ่งไปได้สามีแล้วท้องมา ก็ต้องมาเลี้ยงดูพวกมันอีกคน

จนตอนนี้พวกมันทิ้งหลานไว้ให้ฉันดูแลลำพังอีก ซึ่งบอกเลยว่าเลี้ยงดูไม่ไหว เพราะชรามากแล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยดี แถมยังเดินไม่ค่อยไหว เงินก็ไม่ค่อยจะมีด้วย ทุกวันนี้ที่พอมีกินไปวันๆ เพราะมีหลานสาว ซึ่งเป็นลูกของน้องสาวคอยช่วยเหลือดูแล และมีที่พักอาศัยให้อยู่” ยายลาเล่า

Advertisement
ยายลา อายุ 81 ปี

เมื่อถามว่าพ่อแม่เด็กหนีไปนานหรือยัง ยายลาบอกว่า หนีไปได้ประมาณ 6 วันแล้ว ติดต่อไม่ได้ เขาบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง แม้แต่โทรศัพท์ทั้งคู่ก็ยังบล็อกเบอร์บล็อกไลน์ของญาติพี่น้องไว้หมด รวมถึงเพื่อนๆ คนที่รู้จักกับพวกเขา ไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนไปอยู่ที่ไหน

ยายลากล่าวว่า อยากฝากบอกผ่านสื่อ ถ้าทั้งคู่เห็นข่าวนี้ให้รีบติดต่อกลับมาแล้วมารับผิดชอบเอาหลานกลับไปเลี้ยงด้วย รวมถึงหนี้สินที่เคยไปหยิบยืมใครๆ ในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงเขามา ก็ให้กลับมารับผิดชอบด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหมดเดือนนี้จะไปแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.ชุมแสง

นอกจากนี้ ยายลาเล่าถึงช่วง น.ส.เยาวเรศและนายสรนัสย้ายมาอาศัยที่บ้านว่า ช่วงนั้นตนคอยช่วยเหลือและดูแลมาตลอด อีกทั้งหลานสาวที่เป็นเจ้าของกิจการคาร์แคร์ก็คอยช่วยเหลือด้วย ให้มีงานการทำ ตอนนั้น น.ส.เยาวเรศกำลังตั้งครรภ์ใหม่ๆ หลานสาวก็ให้นายสรนัสมาเป็นลูกจ้างทำงานล้างรถ มีรายได้วันละ 300 บาท นำเอาไปเลี้ยงดูเมีย

ยายลาเล่าว่า ที่ผ่านมานายสรนัสก็มาทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง เนื่องจากมักชอบไปเที่ยวกลางคืน กลับบ้านดึกดื่นจนตื่นมาทำงานไม่ไหว ประกอบกับงานที่คาร์แคร์ไม่ได้มีลูกค้ามาใช้บริการทุกวันด้วย แต่นายสรนัส ก็ได้รับเงินไปเต็มๆ ทุกวัน หลานตนไม่เคยหักสักบาท แถมบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ นอกจากนี้ นายสรนัสมาขอเงินตน 20 บาท ตนไม่มีให้ เจ้าตัวก็ไม่พอใจ มาต่อว่าตนเสียๆ หายๆ

“ฉันนี่นะถูกมันทั้งคู่กระทำย่ำยีทางจิตใจมาหลายครั้ง เวลาอยู่บ้านก็คอยใช้ฉันเหมือนทาสคนหนึ่ง คอยเก็บกวาดบ้านให้พวกมันได้อยู่อย่างสุขสบาย เวลาพวกมันซื้ออาหารอะไรมากิน เอาไว้ตรงไหน มันก็กองเอาไว้ตรงนั้นให้ฉันเก็บ พอฉันต่อว่า มันก็ด่าว่าฉัน เหมือนฉันไม่เคยมีพระคุณกับพวกมันเลย แม้แต่กระทั่งขวดนมของหลาน ฉันก็ต้องเอาไปล้างให้พวกมันด้วย”

“ที่ผ่านมาฝ่ายชายมักจะมาถ่ายรูปฉัน นำไปโพสต์เฟซบุ๊ก สลับกับรูปของหลาน ให้คนสงสารแล้วเปิดรับบริจาค มันสุดยอดคนจริงๆ นะ ไอ้ผัวเมียคู่นี้” ยายลาเล่า และว่า “วีรกรรมแสบของพวกมันยังมีอีกเยอะนะ แต่เล่าไม่หมด แต่จะบอกว่าคนในละแวกใกล้บ้านเรือนเคียง รวมถึงคนที่รู้จักพวกมันในตำบลก็โดนความแสบของพวกมัน มันไปขอหยิบยืมมาทั่วบ้านทั่วช่องแล้วไม่ใช้เขา ปล่อยให้เจ้าหนี้ต่างๆ หลายรายมาไล่ทวงเงินที่บ้านเกือบทุกวัน”

ด้าน นางปภาพร อายุ 48 ปี หลานสาวของยายลา ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการคาร์แคร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาคนในครอบครัวยายลารับรู้และเคยเห็นพฤติกรรมของผัวเมียคู่นี้ทั้งหมด ฝ่ายลูกบุญธรรมของยายลาติดพนันออนไลน์ ส่วนนายสรนัสนิสัยโมโหร้าย ติดเที่ยวเล่นสนุก กลับบ้านตี 1-2 ทุกวัน ซึ่งตนก็สุดจะทน พยายามจะไล่ให้พวกเขาออกจากบ้านไปหลายครั้งแล้ว แต่ยายลาเขาขอเอาไว้ เพราะยังสงสาร

นางปภาพรกล่าวว่า รับไม่ได้ที่ทั้งคู่ทิ้งลูกให้ยายลาดูแล แถมทุกๆ วันยังมีหลายคนมาทวงหนี้ที่ 2 คนนั้นยืมไป ตนเห็นว่าไม่ปลอดภัย เพราะที่นี่เป็นบ้านและร้านของตน ประกอบกับห่วงว่ายายลาจะได้รับอันตราย จึงนำเรื่องนี้ไปฝากให้กับเพจดังช่วยประกาศตามหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้ใจบุญนำของใช้สำหรับเด็ก อาทิ แพมเพิร์ส ผ้าอ้อม และนมผง จำนวนหนึ่ง มามอบให้กับยายลาสำหรับเลี้ยงดูหลาน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image