หน้าแรก ภูมิภาค พ่อแม่ร้อง คร...

พ่อแม่ร้อง ครูสาวตีหลังลูกชาย 5 ขวบ จนบวมเขียว จี้ ร.ร.ตั้งกรรมการสอบ หวั่นเรื่องเงียบ

28.06.23 | 20:25 น.

เด็กชาย 5 ขวบ ใช้ก้อนหินกรีดรถครู พ่อแม่พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย กลับบ้านมา เจอลูกถูกตีหลังจนบวมช้ำ ครูไม่เคยแจ้ง ไปสอบถามบอกตีไป 1 ที เผยตอนนี้ ลูกสภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่กล้าไปโรงเรียน 

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า นายธนพงศ์พันธ์ อายุ 38 ปี และนางโศภชา อายุ 36 ปี สองสามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลเกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ร้องเรียนสื่อมวลชน หลังครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ป่าพะยอมจังหวัดพัทลุง ใช้ฝ่ามือตีหลังน้องพี (นามสมมุติ) ลูกของตน เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 วัย 5 ขวบ เข้าที่บริเวณแผ่นหลัง จนเป็นรอยช้ำบวมเขียว บริเวณกว้าง หลังน้องพีใช้ก้อนหินขีดรถเก๋งของครูสาว ที่ไปจอดหน้าอาคารชั้นเรียนเด็กนักเรียนระดับอนุบาล

พ่อและแม่เด็กเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์ให้ไปที่โรงเรียน โดยทางโรงเรียนแจ้งว่าน้องพี ลูกชาย ได้ใช้ก้อนหินขีดรถเก๋งของครูจนเป็นรอย เมื่อไปถึงโรงเรียน พบลูกชายวัย 5 ขวบ อยู่กับครูสาวภายในห้องพักครู โดยลูกชายอยู่ในสภาพร้องไห้สะอื้น เมื่อสอบถามความเป็นไปลูกยอมรับว่าใช้ก้อนหินขีดรถครู ทางครอบครัวจึงบอกจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด พร้อมได้รับลูกชายกลับบ้าน

พอกลับมาถึงบ้าน ขณะพาลูกชายอาบน้ำเมื่อถอดเสื้อ เห็นหลังของลูกมีรอยช้ำเขียวเป็นฝ่ามือ บริเวณแผ่นหลังก็ตกใจ สอบถามลูก ลูกบอกครูตี ตนจึงโทรหาครู เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ครูสาวเจ้าของรถบอกว่า ตีลูกชายตนไป 1 ที แต่สภาพที่เห็นบวกกับการบอกเล่าของลูกชาย ขัดแย้งกับการบอกของครู หากครูตีลูกเพียง 1 ที บริเวณแผ่นหลังลูกจะไม่ช้ำบวมเขียวขนาดนั้น

พ่อของน้องพีบอกว่า เมื่อเห็นสภาพที่หลังของลูก ตนรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก ตนและแม่ของเด็กไม่เคยตีลูกขนาดนั้น แถมตอนที่ตนเจอครู ครูไม่ได้พูดเรื่องที่ตีลูกเลย ไม่ได้บอกตนเลยว่าทำโทษลูก และในความเห็นของตน ตนมองว่าครูทำเกินไป แม้จะโกรธ แต่ลูกตนแค่ 5 ขวบ คนเป็นครูควรจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่านี้

Advertisement

พ่อของน้องพีกล่าวต่อว่า ตอนนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว แต่รอยช้ำที่บริเวณหลังของลูกชายยังมองเห็นชัดเจนอยู่ สภาพจิตใจลูกย่ำแย่มาก จนไม่กล้าไปโรงเรียน ทางครอบครัวจึงต้องการเรียกร้องให้โรงเรียนแสดงความรับผิดชอบ โดยทางครอบครัวต้องการให้ทางโรงเรียนได้ตั้งกรรมการสอบสวนถึงการกระทำของครูว่ากระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ย้ายครูสาวคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ไปก่อน

อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวทางครอบครัวกลัวเรื่องจะเงียบ จึงร้องเรียนผู้สื่อข่าวพร้อมจะเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อเอาผิดกับครู ทั้งในวันพรุ่งนี้ ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากบ้านพักเด็กและเยาวชนจะเข้าเยี่ยมครอบครัวเด็กด้วย