หน้าแรก ภูมิภาค รองประธานสภาอ...

รองประธานสภาอุตสาหกรรม ภาคอีสาน ยันต้นเหตุราคาหินทรายแพง มาจากระบบส่วย

3.07.23 | 16:46 น.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม เกี่ยวกับกรณีมีคนนำคลิปเสียงหลักฐานสำคัญ อ้างผู้มีอำนาจในหน่วยงานสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครพนม ฉวยโอกาสเรียกประชุมดีลลับ กับผู้ประกอบการท่าทราย ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

โดยมีเนื้อหาอ้างว่าเป็นผู้มีอำนาจดูแล เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการท่าทราย ในการใช้ช่องว่างกฎหมาย เลี่ยงค่าธรรมเนียม รวมถึงแสวงหาประโยชน์จากการดูดหินทราย โดยผิดกฎหมาย ภายหลัง ทางนายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง และเข้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงตัดวงจรเส้นทางส่วยธุรกิจดูดหินทรายน้ำโขง

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ของหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับคลิปเสียงดีลลับเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการท่าทราย เชื่อมโยงเส้นทางส่วย เพื่อหาทางเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงผู้ประกอบการท่าทราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ล่าสุดทางหน่วยงานสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครพนม ยังไม่ยอมออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน มีตัวแทนภาคเอกชนออกมาเคลื่อนไหว สนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่าทรายเลิกการใช้ระบบส่วยเพื่อดูแลเจ้าหน้าที่รัฐ ในการเอื้อประโยชน์กับธุรกิจดูดหินทรายน้ำโขง และฝากให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย อย่าใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ในการเรียกรับหาประโยชน์ สุดท้ายกระทบต่อต้นทุน หินทรายราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว

 

Advertisement

ด้าน นายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งานการค้าชายแดน อีสานตอนบน เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าธุรกิจดูดหินทราย เป็นปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงโครงการก่อสร้าง เพราะเป็นที่มาของส่วนหนึ่งเกี่ยวกับต้นทุนการก่อสร้าง เช่นเดียวกันกับพื้นที่ จ.นครพนม ถือเป็นจังหวัดชายแดนที่มีผู้ประกอบการดูดหินทรายน้ำโขงจำนวนมาก จากการศึกษาข้อมูลพบว่า การดูดหินทรายไม่ได้เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น

ยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาความตื้นเขินของลำน้ำโขงอีกด้วย แต่หน่วยงานภาครัฐจะต้องมีมาตรการดูแล บังคับใช้กฎหมาย รวมถึงผู้ประกอบการจะต้องมีความรับผิดชอบ ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย สิ่งสำคัญต้องยอมรับว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังใช้ระบบส่วยเป็นธรรมเนียมในการดูแลเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ตนเองในการประกอบธุรกิจ

ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบางรายไม่บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เพราะหวังประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมาย สิ่งที่ตามมาไม่เพียงทำให้ระบบการบริหารจัดการดูแลท่าทรายไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเกิดปัญหาระบบส่วนทุจริตคอร์รัปชั่น ยังส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนหินทราย

จากปกติมีราคาต้นทุนประมาณ 50-80 บาท ต่อคิว แต่ต้องมีการจำหน่าย ในราคาสูงคิวละ 400-500 บาท เพราะแบกต้นทุ่นจากระบบส่วย เป็นธรรมเนียมมายาวนาน ทั้งนี้ ตนอยากให้ผู้ประกอบการตัดปัญหาระบบส่วย หันมาทำตามขั้นตอนกฎหมาย เลิกธรรมเนียมรูปแบบเก่า ป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐแสวงประโยชน์จากธุรกิจดูดหินทราย จะส่งผลให้มีระบบการดูแลบริหารจัดการมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเป็นต้นทุนในการดูดหินทราย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐจะต้องวางแนวทางให้ชัดเจน และต้องหารือร่วมกันกับผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหา เพื่อตัดระบบส่วยธุรกิจท่าทรายให้หมดไป ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกภาระต้นทุน