หน้าแรก ภูมิภาค ชาวแม่สะเรียง...

ชาวแม่สะเรียงรวมตัวพบผู้ว่าฯ วอนทบทวนออกประทานบัตรทำเหมืองแร่ ทับพื้นที่ป่าชุมชน

6.07.23 | 19:50 น.

กลุ่มแกนนำต้านสัมปทานโรงโม่หินชาวแม่สะเรียงเข้าพบผู้ว่าฯ วอนทบทวนการขอประทานบัตรทับพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโป่งดอยช้าง-ป่าต้นน้ำถูกทำลาย ยันชาวบ้านไม่เอาแน่นอน

จากกรณีชาว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และผู้อาศัยอยู่ใกล้กับป่าชุมชนบ้านโป่งดอยช้าง ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมตัวคัดค้านการอนุญาตสัมปทานการทำเหมืองแร่ หรือโรงโม่หินกับภาคเอกชนที่ขอเข้าทำประโยชน์ เนื่องจากป่าไม้ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งนี้ แม้กว่า 20 ปีก่อนพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นเหมืองมาแล้ว แต่ปัจจุบันธรรมชาติได้ฟื้นตัวกลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำ ป่าชุมชนที่ชาวบ้านช่วยกันรักษา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน ไม่ขอซ้ำรอยเดิม

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม แกนนำภาคประชาชนเดินหน้าคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างบ้านโป่งดอยช้าง หมู่ 13 ต.บ้านกาศ และบ้านแพะ หมู่ 3 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมี นายทองทิพย์ แก้วใส เป็นแกนนำ นำตัวแทนพี่น้องชาวแม่สะเรียงที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้าพบ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมรับฟังและรับหนังสือเรียกร้องการคัดค้านการอนุญาตในครั้งนี้โดยตรง

Advertisement

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยภายหลังจากรับทราบปัญหาจากทุกฝ่ายว่า จังหวัดทราบว่าประชาชน อ.แม่สะเรียง ไม่สบายใจจึงเชิญมาหารือกันตามที่ร้องขอเพื่อขอบพบกับจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดรับเรื่อง โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ตามกระบวนการยังต้องอีกหลายขึ้นตอน ทั้งการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม Environmental Impact Assessment (EIA) คือการศึกษาเพื่อคาดการณ์ผลกระทบ ทั้งในทางบวกและทางลบจากการดำเนินการในพื้นที่ ทั้งการขอความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้ก็ยากที่จะไปต่อได้

ผู้ว่าฯกล่าวว่า จากนี้ได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการและรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนที่ยื่นหนังสือคัดค้านตามขั้นตอนที่ต้องการให้ยุติการดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งทางจังหวัดก็ได้รับเรื่องนี้ไว้แล้ว พร้อมชี้แจงทุกขั้นตอนให้กับทุกฝ่ายได้รับทราบอย่างชัดเจน หากมีความคืบหน้าอย่างไรก็จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะ จ.แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองแห่งความสุข มีทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ จะต้องเอาความห่วงใยของประชาชนมาพิจารณาให้คลายความวิตกกังวลก่อนจะดำเนินการ

ด้านนายทองทิพย์เปิดเผยว่า จากที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมพื้นที่ป่าบ้านโป่งดอยช้างจึงถูกจัดว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม เพราะตั้งแต่อดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมาเคยเป็นเหมืองเก่า (2540) แต่ปัจจุบันป่าได้รับการดูแลจากชาวบ้าน จนกลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าชุมชนของบ้านโป่งดอยช้างที่ได้ร่วมกันจัดตั้งกฎระเบียบในการป้องกัน อนุรักษ์ รักษาผืนป่า และเป็นป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชนมายาวนาน

นายทองทิพย์กล่าวว่า ผลจากการดูแลผืนป่าของชาวบ้านทำให้ป่าชุมชนบ้านโป่งดอยช้างได้รับรางวัลป่าชุมชนตัวอย่างในระดับ จ.แม่ฮ่องสอน จากการประกวดป่าชุมชน โครงการกล้ายิ้ม “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2553 ซึ่งร่วมขับเคลื่อนโดยกรมป่าไม้ การมาพบผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน อุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และป่าไม้แม่ฮ่องสอนเพื่อติดตามความคืบหน้า ภายหลังได้ยื่นเรื่องคัดค้านว่ามีผลอย่างไรบ้าง ท่านผู้ว่าฯมีแนวทางช่วยเหลือความเดือดร้อนของคนแม่สะเรียงอย่างไร

นายทองทิพย์กล่าวอีกว่า ส่วนอุตสาหกรรมจังหวัดคือประเด็นเรื่องการขอประทานบัตรมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบหรือไม่ แม้ว่าประชาชนในพื้นที่สัมปทานจะไม่มีพื้นที่ที่มีโฉนดตามหลักเกณฑ์ แต่ชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบโดยตรงด้านอื่นๆ ที่ส่งผลกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ยาวนาน ด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็จะถามว่าจริงๆ แล้วพื้นที่ป่าที่ได้รับการประทานบัตรนั้นเป็นป่าเสื่อมโทรมจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวแม่สะเรียงต้องการที่จะรู้คำตอบ

“ชาวแม่สะเรียงรวมตัวคัดค้านและยื่นหนังสือผ่านอำเภอแม่สะเรียง และมีการเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนการคัดค้านอย่างชัดเจนต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม พร้อมกันนี้ได้ทำประชาคม 6 หมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย บ้านโป่งดอยช้าง บ้านแพะ บ้านนาคาว บ้านทุ่งพร้าว บ้านท่าข้าม บ้านป่ากล้วย ซึ่งชาวบ้านมีความเห็นพ้องต้องกัน 100% ในการร่วมคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่” นายทองทิพย์ระบุ

สำหรับพื้นที่การขอประทานบัตรนั้น นายทองทิพย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามใบอนุญาตขอทำเหมืองแร่อยู่ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างบ้านโป่งดอยช้าง ต.บ้านกาศ และบ้านแพะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน บนเนื้อที่ 132-0-97 ไร่ เป็นพื้นที่ขอประทานบัตร 1/2565 ชนิดแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง) บริษัทได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องบ้านโป่งดอยช้างล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อห่วงใยชาวบ้านในรัศมีการดำเนินการของเหมืองแร่ในรัศมี 500 เมตร

ทีมวิศวกรเหมืองแร่ของบริษัทดังกล่าวระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ไม่มีแหล่งโบราณคดี หรือแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2 และ 3 บริเวณจุดสัมปทานบัตรกับพื้นที่ชุมชนและตัวอำเภอแม่สะเรียงห่างกันไม่ถึง 1 กิโลเมตร ชาวบ้านย่อมมีความกังวลผลกระทบที่จะได้รับไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งผลกระทบต่อป่าที่ถูกทำลาย มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง แรงสั่นสะเทือนของการระเบิด ซึ่งรัศมีการกระจายของฝุ่นละอองจะสร้างความเดือดร้อนไปทั่วแม่สะเรียงอย่างแน่นอน

ประกอบกับพื้นที่ใกล้จุดประทานบัตรมีส่วนราชการ สถานที่สำคัญ อาทิ โรงเรียน วัด โบสถ์ โรงพยาบาล ซึ่งหากมีการประทานบัตรในระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ย่อมส่งกระทบถึงรุ่นลูกลูกหลาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องรวมตัวกันคัดค้าน เพื่อไม่ให้เกิดการทำเหมืองแร่ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียงอีกต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง