ก้าวไกลภูเก็ต ส่งกำลังใจให้ ‘พิธา’ หลังทราบผลโหวต นัดรวมตัวใหม่ 19 ก.ค.นี้
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 13 กรกฎาคม ที่พรรคก้าวไกล ภูเก็ต ที่ได้จัดกิจกรรมร่วมส่งกำลังใจให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ส.ส.และ ส.ว.ต้องเคารพมติประชาชน นำโดย นายนัธทวัฒน์ แสงเงิน ผู้ช่วย ส.ส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต พรรคก้าวไกล และสมาชิกพรรคก้าวไกลภูเก็ต ร่วมจัดกิจกรรมฯและชมพร้อมกันผ่านทางโทรศัพท์มือถือและประกาศผลโหวตเป็นระยะ ณ ลานมังกร อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายนัธทวัฒน์ แสงเงิน ผู้ช่วย ส.ส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลภูเก็ต มีคำแถลงการณ์ส่งกำลังใจให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่กำลังโหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

“การจัดกิจกรรมวันนี้ เชิญชวนสมาชิกพรรคก้าวไกลภูเก็ต ให้ออกมาร่วมกันลุ้นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ไปด้วยกัน ไม่ได้เป็นม็อบ ไม่ได้ก่อความวุ่นวาย แต่เป็นการส่งเสริมกำลังใจต้องการแสดงเจตนารมณ์ต้องการประชาธิปไตยจริงๆ อยากให้การเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มใบให้ประชาชนจังหวัดภูเก็ตได้ประโยชน์ ให้ ส.ส.ทำหน้าที่สมบูรณ์แบบ
ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ หวังว่าจะได้การเมืองที่ดีในอนาคต ทางทีมงานพรรคก้าวไกลภูเก็ต ให้ความมั่นใจกับชาวภูเก็ตว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่ ตั้งใจเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของชาวภูเก็ตอย่างเต็มที่อย่างสุดความสามารถ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการถึงประมาณเวลา 18.00น.” นายนัธทวัฒน์กล่าว
ในโอกาสนี้ นายนัธทวัฒน์ อ่านคำแถลงการณ์ ของ พรรคก้าวไกลภูเก็ต ดังนี้ จากการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษาคม 2566 เป็นวันที่เจตจำนงของประชาชนคนไทย แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านบัตรเลือกตั้ง เลือกพรรคก้าวไกลมาถึง 14,438,851 เสียง (สิบสี่ล้านสี่แสนสามหมื่นแปดพันแปดร้อยห้าสิบเอ็ด) ส่งให้เรากลายเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร และมีผู้แทนราษฎร 152 คน

นี่คือเสียงที่ดังพร้อมกันทั้งประเทศ ว่าทุกท่าน ต้องการประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม เราประชาชนในที่นี่ ได้เห็นแล้วว่าพรรคก้าวไกลนั้นได้มติจากประชาชนส่วนใหญ่ของเสียงการเลือกตั้ง ให้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล และได้รวบรวมพรรคการเมือง 8 พรรค หรือ 72% ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในการเมืองปกติรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกล คงได้เข้าไปบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาของประชาชนได้แล้ว แต่จนวันนี้ เกือบ 2 เดือนหลังจากการเลือกตั้ง การโหวตนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะมาถึง และยังต้องรอการตัดสินใจของ ส.ว.ว่าการจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนหรือไม่
นายนัธทวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนว่าประเทศไทยอยู่ในการเมืองที่ไม่ปกติอำนาจที่เป็นตัวแทนของประชาชน ผ่านการเลือกตั้ง ถูกล้มล้างครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการรัฐประหาร นิติสงคราม และการยุบพรรค ความไม่ปกตินี้ เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งในวันนี้ยังคงอยู่กับเรา อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ แต่นี่คือโอกาสของประเทศไทย ที่พวกท่านจะคืนความปกติกลับสู่การเมืองไทยอีกครั้ง ให้โอกาสประเทศไทย ได้กลับมามีรัฐบาลที่ชอบธรรม เดินหน้าซ่อมแซม แก้ไขประเทศไทยตามที่ประชาชนคาดหวัง ที่ประชาชนเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้ได้ ให้โอกาสประเทศไทย ได้เดินหน้าไปสู่ความเป็นได้ใหม่ๆ ค่าแรงที่เป็นธรรม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างก้าวหน้าและเป็นธรรม มีนวัตกรรมของตัวเอง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เห็นคนเท่ากัน โดยมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่กดปราบลิดรอนสิทธิประชาชน
การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นวันนี้ คือยืนยันว่าประเทศไทยต้องเดินหน้า ตามระบอบประชาธิปไตยแบบปกติ เช่นกันกับหลายๆ ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก แม้เราจะยังอยู่กับรัฐธรรมนูญ ที่เอื้อต่อการเมืองที่ไม่ปกติ แต่ประชาชนแสดงเจตนารมณ์ผ่านการเลือกตั้งแล้วให้พรรคก้าวไกลนั้นเป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมากให้สำเร็จ

นายนัธทวัฒน์กล่าวว่า ในโอกาสนี้พวกเราประชาชนที่นี่ขอสื่อสารไปถึง ส.ส. และ ส.ว. ทุกท่าน ท่านอาจจะไม่ชอบแนวการเมืองของพรรคก้าวไกล แต่การโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างมาก คือการให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าในแบบที่ควรจะเป็น และเราขอส่งกำลังใจถือ ส.ว.ที่ตั้งมั่นต่อหลักการประชาธิปไตย ว่าจะโหวตตามมติของประชาชนที่แสดงผ่านการเลือกตั้งให้ยึดมั่นต่อหลักการอย่างมั่นคงเพื่อลูกหลานของท่านและประเทศ และมาจนถึงวันนี้ประชาชนกำลังเฝ้ามองดูท่านกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ที่จะส่งผลไปอีก 10 ปี 20 ปี 30 ปี ที่จะเป็นที่พูดถึงในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอดไป
ภายหลังทราบผลการโหวต นายนัธทวัฒน์กล่าวว่า วันนี้เป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง 324 เสียงถือว่ามากพอสมควรแต่มองว่าที่ขาดอีก 52 เสียงเรามีโอกาสถ้าโหวตในวันที่ 19 กรกฎาคม อีกครั้งหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะที่เป็นประชาชนเมื่อก่อนไม่สามารถทราบได้ว่า ใครจะโหวตให้เราหรือไม่ แต่วันนี้เห็นว่าใครโหวตให้บ้างและท่านใดที่ยังไม่โหวตซึ่งผู้ที่ไม่โหวตวันนี้ไม่ได้หมายความว่าโอกาสหน้าจะไม่โหวตให้ ซึ่งอยู่ที่ความเข้าใจของพรรคและคณะทำงานอยู่ที่การเจรจาพูดคุยรวมถึง ส.ส.ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลด้วยตรงนี้เป็นส่วนสำคัญถ้า ส.ส.เหล่านี้โหวตให้คุณพิธาถือว่าได้แต้มต่อ ได้ใจจากประชาชนอย่างน้อยเห็นเพื่อประชาธิปไตยถึงแม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาลจะมีน้ำใจนักกีฬา ถ้า ส.ส.เหล่านี้โหวตให้คาดว่า รอบหน้าไม่น่ามีปัญหาน่าจะผ่าน ซึ่งในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้จะติดตามอีกครั้งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และจะนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้หากมีการโหวตใหม่ คาดว่าในครั้งหน้าจะมีสมาชิกพรรคก้าวไกลภูเก็ต มาจำนวนมากกว่านี้โดยไม่สร้างความเกลียดชังไม่เสียดสีใคร มาเพื่อประชาธิปไตยให้ประเทศมีความสุขกับประชาชนทุกคนคือเป้าหมายหลักของพรรคก้าวไกล

