เกษตรกรเริ่มสูบน้ำใส่สวนยางพารารักษาสภาพต้นยาง ไม่ให้ใบร่วงหล่นเร็ว พอได้กรีดขายหลังราคาเริ่มขยับตัวสูงขึ้น แต่ขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากราคาไม่จูงใจ
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่บ้านดอนเข็ม ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู นางนาง โคตรสาลี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 2 บ้านดอนเข็ม ได้นำท่อส่งน้ำพีวีซี วางตามพื้นที่สวนยางพารา เพื่อเป็นท่อส่งน้ำให้เข้าไปตามร่องสวนยางพารา เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินที่เริ่มแห้งแล้ว และกำลังจะส่งผลให้ต้นยางพาราใบเหลืองและร่วงหล่น แต่ช่วงนี้ ยังพอกรีดได้ และราคาน้ำยางก้นถ้วยปีนี้ ถือว่าราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ขายได้ ประมาณ 32 บาท ปีที่ผ่านมาขายได้เพียง 20 กว่าบาทเท่านั้น จึงต้องพยายามรักษาสภาพของต้นยางพาราไว้ไม่ให้ใบยางพาราเหลืองและร่วงหล่นเร็ว แต่ก็ไม่สามารถกรีดได้ต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีแรงงานในการรับจ้าง คนงานที่เคยรับจ้างกรีดยาง จะไปหารับจ้างตัดอ้อย ขึ้นอ้อย เพราะเป็นช่วงที่อ้อยกำลังออกสู่ตลาด ซึ่งจะมีรายได้มากกว่า การมารับจ้างกรีดยางที่แบ่งรายได้กัน
นางนาง กล่าวว่า เริ่มปลูกยางพารามาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของจังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อปี 2547 ลงทุนปลูกไปประมาณ 30 ไร่ แม้ว่าราคายางพาราในปีนี้จะสูงกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่จูงใจให้ผู้รับจ้างมารับจ้างกรีดยางเหมือนแต่ก่อน โดยในนี้ได้มีการแบ่งรายได้กัน 40:60 คือ คนกรีดได้ร้อยละ 40 เจ้าของสวนยางพารา ได้ร้อยละ 60 แต่คนกรีดยางก็ยังหนีไปตัดอ้อยซึ่งมีรายได้ดีกว่า ยางพารา แล้วค่อยมากรีดซึ่งปกติ จะกรีดยางพารา 2 วัน พักหนึ่งวัน แต่คนงานจะกรีดหนึ่งวัน พักหนึ่งวัน วันพักก็จะไปตัดอ้อย ทำให้ต้องทำใจเพราะไม่ค่อยมีแรงงาน หาคนรับจ้างยาก ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ราคายางดี จะมีแต่คนอยากมารับจ้าง .

