จับเรือหางยาว 2 ลำ ขนหอยแครงเถื่อนข้ามชาติ ไทย-มาเลเซีย
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก หน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนใต้จังหวัดสตูล ศรชล.ภาค 3 (นก.พตต.ศรชล.ภาค 3) โดย น.อ.แสนย์ไท บัวเนียม ผบ.นก.พตต.ศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วย น.อ.รัฐพล แก้วกระจาย หน.ศคท.จว.สต.ศรชล.ภาค 3 ได้บูรณาการกำลัง ประกอบด้วย ศรชล.จว.สต., ศคท.จว.สตูล, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล และชุดปฏิบัติการพิเศษ นก.พตต.ศรชล.ภาค 3 เมื่อ 13 ก.ค.66 เวลา 19.00 น. ได้นำเรือ ศรชล.2906 และเรือเจ้าท่า 188 ออกตรวจพื้นที่และเรือที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยทางทะเลบริเวณ เกาะปูยู เกาะยาว และแนวเขตชายแดนทางทะเลไทย-มาเลเซีย
ต่อมา เวลาประมาณ 20.00 น. พบเรือหางยาวทำด้วยไม้เครื่องติดท้าย จอดลอยลำอยู่ จำนวน 2 ลำ อยู่ที่พิกัด ละติจูด 6 องศา 27 ลิปดา 50.8 ฟิลิปดา เหนือ ลองติจูด 100 องศา 05 ลิปดา 37.1 ฟิลิปดา ตะวันออก บริเวณระหว่างเกาะยาวและเกาะกุรับ อยู่ในเขตน่านน้ำภายในราชอาณาจักรไทย มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย จึงเข้าไปตรวจสอบและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ศรชล.จว.สต. พร้อมทั้งขอตรวจค้นเรือทั้ง 2 ลำ โดยให้เจ้าของเรือทั้ง 2 ลำ เป็นผู้นำการตรวจค้นพร้อมกับสอบถามเจ้าของเรือทราบว่า เรือกำลังทำการพ่วงจูง เนื่องจากเรือเสีย

ผลการตรวจค้นเรือลำที่เสียซึ่งมีสินค้าอยู่ในระวางเรือ พบว่าเป็นลูกพันธุ์หอยแครง ตรวจนับได้จำนวน 55 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 25 กิโลกรัม รวม 1,375 กิโลกรัม พร้อมลูกเรือคนไทย 2คน ไม่มีเอกสารประจำเรือและเอกสารแสดงสินค้า และเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเรืออีกลำหนึ่งที่เป็นเรือลากจูงไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหากับเรือที่ขนลูกพันธุ์หอยแครงว่ามีความผิดจะต้องถูกควบคุม/จับกุมตามกฎหมาย ในข้อหาดังนี้
1.พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 มาตรา 92 ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
บทกำหนดโทษ มาตรา 158
มาตรา 65 ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ประกอบประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ.2564 บทกำหนดโทษ มาตรา 144
2.พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 “ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกอาณาจักร ซึ่งของยังไม่ผ่านพิธีศุลกากร ตาม ม.242 (ม.246) และ 3.พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 282
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมผู้ต้องหาและตรวจยึดเรือพร้อมของกลาง นำมาจอดที่ท่าเทียบเรือสถานีตำรวจน้ำสตูล และทำการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ถูกควบคุมตัว จำนวน 2 คน ชื่อ นายสุชาติ หมัดยาดำ เป็นผู้ควบคุมเรือ และนายสมภพ หมัดยาดำ เป็นลูกเรือ ให้การว่า เวลาประมาณ 18.00 น. ได้นำเรือไปรับลูกพันธุ์หอยแครงจากฝั่งมาเลเซีย ซึ่งได้รับว่าจ้างจากโกแดง (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นคนไทยที่อยู่ฝั่งมาเลเซีย ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท พอรับสินค้าเรียบร้อยจึงนำเรือวิ่งกลับเข้ามาในน่านน้ำไทยเพื่อนำของไปส่งบริเวณตำมะลัง ท่าแพบังแอล

จนกระทั่งเวลาประมาณเวลา 20.00 น. เรือเกิดขัดข้องไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงโทรหานายนาราเฮม เตะปูยู ซึ่งเป็นน้าชาย ให้ช่วยเอาเรือมาลากเรือของตนเข้าฝั่งบริเวณตำมะลัง ท่าแพบังแอล จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.20 น. เรือของนายนาราเฮมก็มาถึงพร้อมกับลูกเรือจำนวน 3 คน ช่วยกันทำการพ่วงเรือ
แต่ในขณะกำลังจะลากจูง มีเรือซึ่งแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ศรชล.จว.สตูล เข้ามาเทียบและขอทำการตรวจค้นจนพบลูกพันธุ์หอยแครง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมกับตรวจยึดเรือและลูกพันธุ์หอยแครงดังกล่าว
จากนั้น เวลา 02.30 น. ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมบันทึกการจับกุมส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

