กระทิงวังน้ำเขียวถูกยิงตาย ตร.เร่งส่งกระสุนปืนตรวจสอบ คาดเป็นการยิงไล่ไม่ใช่การล่าสัตว์ป่า ลั่นหากเจอคนยิงมักโทษหนัก ติดคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้านบาท
นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านพบกระทิงป่าเพศผู้ อายุประมาณ 12 ปี น้ำหนักกว่า 800 กก. นอนตายอยู่บริเวณป่าในพื้นที่หมู่บ้านคลองทราย หมู่ที่ 8 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งต่อมาได้แจ้งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีร่องรอยการถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิด ยิงเข้าที่บริเวณท้องหลายนัด จึงได้ให้เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ผ่าซากดู พบลูกกระสุนปืนฝังอยู่ในซากกระทิง 7 ลูก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบหาผู้ก่อเหตุยิงกระทิงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่จะใช้รถแบ๊กโฮขุดหลุมฝังซากกระทิงไว้ใกล้กับจุดพบซากกระทิง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 15 กรกฎาคม 2566 พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ตังอำนวย ผกก.สภ.วังน้ำเขียว เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ได้รับแจ้งเหตุมีกระทิงป่าถูกยิงตาย ก็ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า และได้นำกระสุนปืนที่พบในซากกระทิง ส่งไปตรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อหาชนิดของปืน และเทียบเคียงกับปืนของชาวบ้านในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผล
เนื่องจากพฤติการณ์เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการล่าสัตว์ป่าเพื่อชำแหละเนื้อ หรือตัดเขาไปขาย เพราะชิ้นส่วนของกระทิงทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่คล้ายการยิงเพื่อขับไล่เฉยๆ จนกระทิงได้รับบาดเจ็บมาเดินมาตายบริเวณนี้ ซึ่งพบว่าบริเวณจุดที่พบกระทิงป่านั้น อยู่ห่างจากเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ 300 เมตร

โดยบริเวณนี้จะมีพื้นที่ทำไร่ ทำสวนของชาวบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก และมักจะมีสัตว์ป่า เช่น ช้าง และกระทิง ลงมาเผชิญหน้ากับชาวบ้านบ่อยครั้ง จนชาวบ้านต้องมีการจุดพลุไล่เพื่อไม่ให้เข้ามากินพืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้านปลูกได้รับความเสียหาย ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นล่าสัตว์ป่าทิ้ง โดยจะทำการสอบปากคำชาวบ้านที่อยู่บริเวณหมู่บ้านคลองทรายและหมู่บ้านข้างเคียง ว่ามีใครพบเห็นคนยิงกระทิงบ้างหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ ก็จะต้องถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 12 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

