หน้าแรก ภูมิภาค ผู้แสวงบุญฮัจ...

ผู้แสวงบุญฮัจย์กว่า 500 คน ถูกบ.ทัวร์ลอยแพ อดมื้อกินมื้ออยู่ที่ห่างไกล พบประวัติเจ้าของเคยถูกแบล็กลิสต์

16.07.23 | 17:13 น.

ผู้แสวงบุญฮัจย์กว่า 500 คน ถูกบริษัททัวร์ลอยแพ อดมื้อกินมื้ออยู่ที่ห่างไกล พบประวัติเจ้าของเคยถูกแบล็กลิสต์แล้วมาเปิดใหม่

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้แสวงบุญจำนวน 21 คน จากภาคใต้ ที่ถูกบริษัทประกอบการฮัจย์ในจังหวัดยะลาลอยแพ นำไปทิ้งให้อยู่ห่างไกลจาก มักกะห์ และไม่ดูแล ทั้งเรื่องอาหารการกิน และความเป็นอยู่ ปล่อยให้ผู้แสวงบุญต้องช่วยเหลือตัวเองอยู่ตามมีตามเกิด ไปมัสยิดใกล้ๆ ที่พักพอที่จะไปได้ โดยในจำนวนนี้ มีผู้สูงอายุ นั่งรถวีลแชร์ร่วมคณะนี้ด้วย สภาพความเป็นอยู่ไม่ได้เป็นไปตามที่บริษัทมีการพูดคุย ตกลงกับแซะ และผู้แสวงบุญ ตั้งแต่ต้นก่อนจะเดินทาง ทั้งที่ผู้แสวงบุญและแซะกลุ่มนี้ ได้เสียค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 2.7 แสนบาทต่อคน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้แสวงบุญที่เดือดร้อนมีกว่า 500 คน โดยคนอื่นที่มีเงินก็ร่วมกันไปหาที่อยู่กันเอง ขณะเดียวกันมีบางกลุ่มก็ไม่กล้าที่จะออกมาเรียกร้องจึงทำให้มีผู้ที่ลงชื่อออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมมีแค่ 21 คน ในส่วนของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลแล้ว พร้อมพยายามหาแนวทางและเจรจากับบริษัท แต่ล่าสุดทางคณะที่เดือดร้อนยืนยันว่าปัญหายังไม่มีใครมาช่วยเหลือใดๆ มีแต่เจ้าหน้าที่ขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น

โดยหนึ่งในคณะผู้แสวงบุญฮัจย์ที่เดือดร้อนกล่าวว่า จำนวน 21 ราย ที่ถูกลอยแพในประเทศซาอุฯนี้เจอปัญหามาตั้งแต่วันแรก จนถึงขณะนี้ ทั้งที่เราและแซะได้จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ คือ บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ครบทั้งหมดแล้ว เราออกเดินทางเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 จากสนามบินหาดใหญ่ มาอยู่ตรงนี้ห่างจากมักกะห์กว่า 1 กิโล ทำให้ไม่สามารถประกอบพิธีตามสมควร อีกทั้งไม่ได้ดูแลอาหารการกินให้กับทุกคนเลย รู้สึกไม่เป็นธรรมถูกเอาเปรียบจากบริษัททัวร์ดังกล่าว จึงอยากขอความช่วยเหลือ ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือโดยด่วน ให้พวกเราได้ไปพักใกล้มักกะห์ ตามที่บริษัทเคยแจ้งว่าจะเข้าพักที่โรงแรม sofwa hotel (ระบุใน ID Card) ถึงแม้บริษัทจะระบุว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรม 3-5 ดาว หรือเทียบเท่า แต่ตึกที่พักจริงนั้นไม่ได้มาตรฐานตามกำหนด ไม่ถูกสุขลักษณะ และทางเดินเข้าโรงแรมเป็นทางขึ้นเนิน รถวิ่งสวนไม่ได้แม้แต่จะใช้รถวีลแชร์ก็ลำบาก และระยะทางถึงมัสยิดอัลฮะรอมประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งหากเดินเท้าต้องเดินทางไปมัสยิด ใช้เวลาไปกลับชั่วโมงกว่า ทำให้ฮุจญาตที่ อายุเยอะ 60-84 ปี ต้องละหมาดบริเวณที่พักเท่านั้น ไม่สามารถเดินทางไปละหมาดที่มัสยิดได้ตามสมควร

ตอนนี้ทุกคนนอนร้องไห้ทุกคืน เพราะสิ่งที่บริษัทได้กระทำทั้งที่ได้เงิน 279,000 บาท และจ่ายล่วงหน้ากันมาก่อนสถานการณ์โควิด รวมระยะเวลา 2-3 ปีด้วย นอกจากนี้ ขอให้ได้ไป-มาดีนะ 8-10 วัน เพื่อไปละหมาดที่มัสยิดนาบาวี อย่างน้อง 40 วักตู ตามที่ควรจะเป็นจากที่คุยในตอนแรก

Advertisement

ตอนนี้แซะและผู้ดูแล ก็ลำบากพร้อมกับพวกเรา แซะเขาจ่ายเงินให้บริษัทครบ ปัญหาคือ บริษัททิ้งเรา ปล่อยให้เรามาลำบากไม่สามารถไปมักกะห์ได้ตามที่ควร ทุกคนไม่ได้เรียกร้องอะไรไปมากกว่าสิทธิที่สมควรจะได้รับตามที่คุยไว้ ฮุจญาตบางคนไม่ได้รวย เก็บเงินทั้งชีวิต บางคนขายดินเพื่อมาบ้านของพระเจ้า ฮัจย์ได้ทำก็ช่วยเหลือกันแต่รู้สึกไม่เป็นไปตามที่คุยไว้

ตอนนี้พวกเราไม่รู้ชะตากรรมเลยต้องทำอะไรจะไปไหนต่อเมื่อไหร่ ไม่มีใครบอกเราได้เลย บริษัทก็ติดต่อไม่ได้ มีแซะ กับผู้ช่วยแต่ก็ติดต่อบริษัทไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานก็ได้ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องและพรรคการเมือง ต่างๆ ก็ยังไม่มี อาหารพวกเราอยู่ก็ช่วยกันเองดูแลกันเองลำบากมาก

ทางด้านนายอดุล ประเสริฐดำ ผู้ช่วยแซะ กล่าวว่า ก็งงเหมือนกัน ที่โปรแกรมตลอดการเดินทาง ไม่ได้เป็นไปตามที่บริษัทแจ้งไว้ตั้งแต่ต้น วันแรกพวกเรามาก็มาอยู่ตรงนี้ พอมาถึงวันที่ 3 อาหารเราก็หมด ยังงงในสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนได้ย้ายไปใกล้มักกะห์ แต่เราไม่ได้ย้ายก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร นี่ก็ใกล้จะเดินทางกลับแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าอะไรยังไงต่อ

ไปมัสยิดเรื่องใหญ่ เดินทางชั่วโมงกว่า อายุบางคนก็มาก บางคนขายดินมา อยากได้สิทธิตามที่สมควรตามที่บริษัทได้คุยกับแซะ คนที่เดือดร้อน 280 คน แต่ที่กล้าออกมาร้องเรียนแค่ 21 คน แซะจ่ายเงินให้บริษัทครบหมดแล้ว ตอนนี้ทุกคนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ พวกเรายังรอการช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน จากรัฐบาล จากทุกคน ขอได้โปรดช่วยเหลือพวกเราทุกคนที่นี้ด้วย

ทางด้านเจ้าหน้าที่จังหวัดยะลา รายหนึ่งกล่าวว่า บริษัทนี้มีปัญหาก่อนเดินทางแล้ว เขามีทั้งหมด 548 คน ค้างค่าเครื่องบิน 11 ล้าน กว่าจะได้บินเคลียร์ปัญหาได้วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะบินแล้ว ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแต่ก็รู้สึกตกใจที่ได้มาทราบว่ากลุ่มนี้ถูกลอยแพ ตอนนี้ก็มีความพยายามประสานงานกับหลายส่วนให้มาดูแลช่วยเหลือ

ขณะที่ ชาวไทยซึ่งอยู่ที่ในมักกะห์ รายหนึ่งกล่าวว่า กลุ่มนี้ที่มีปัญหากว่า 500 คน มีแซะ 40 คน พวกเขาถูกบริษัทลอยแพ ปัญหาอยู่ที่บริษัทไม่ได้เกี่ยวกับแซะ แซะจ่ายเงินให้บริษัทครบแล้ว ที่สำคัญเจ้าของบริษัทไม่ได้เดินทางมาเอง ให้ภรรยากับลูกมาดูแลซึ่งเป็นภรรยาคนที่เท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่ทราบข้อมูลแค่นี้ พอเกิดเรื่อง ภรรยาและลูกมาพักที่โรงแรมฮิลตัน ใกล้ๆ มักกะห์ ได้แต่ร้องไห้

นอกจากนี้ แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า บริษัทดังกล่าว เจ้าของเคยมีประวัติลักษณะนี้มาตลอด เปิดบริษัทมาแล้วโดนแบล็กลิสต์ มาสามครั้งแล้วก็เปิดใหม่เป็นแบบนี้ทุกครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะดำเนินการแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก เพราะปัญหานี้ไม่ได้มีครั้งนี้ครั้งแรก แต่มีมาตลอด เพียงแต่ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้องขอความเป็นธรรม